แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อยู่กับลูก แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อยู่กับลูก แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2557

ปั้มนม มาตรการเยียวยารักษาใจแม่ทำงานนอกบ้าน


"พี่มาทำอะไรที่ห้องLegalบ่อยจัง ผมสงสัย" 
"มาปั้มนม"
"...อ้อ มิน่าล่ะ" ชายหนุ่มถามเริ่มน่าแดงๆ
"เข้ามาดูข้างในมั้ย"
"ไม่เป็นไรคับพี่ 555" หัวเราะแบบเขินๆแล้วเดินจากไป

มุมปั้มนมในห้องเก็บเอกสารของฝ่ายLegal

กลายเป็นเรื่องโจ๊กของแม่ๆขาปั้มนมไปเลย เมื่อชายหนุ่มเจ้าของคำถามซึ่งลูกชายคนเล็กเจ้าของบริษัท เป็นหนุ่มน้อยไฟแรงดีกรีนอก เกิดสงสัยในพฤติกรรมแสนจะเปิดเผยของเราว่าฝ่าย process development มันมาทำไรกับฝ่ายกฎหมายบ่อยๆเนี่ย หรือมาอู้ มาเมาส์ พอเจอคำตอบของรุ่งกานต์แบบไม่ได้คิดอะไร แถมสวมวิญญาณแม่อาสาชอบชวนคนมาปั้มนม ให้นมแม่ ไม่เว้นหญิงชาย ทำเอาหนุ่มน้อยหน้าแดงไปต่อไม่ถูก แต่อย่างน้อยจะได้ไม่ต้องสงสัยว่า ทำไมเราต้องมาที่นี่ทุกวัน วันละ 2-3 ครั้ง ก็มาทำหน้าที่ของแม่ ในแบบของสาวออฟฟิส สำหรับธันธัน เราตั้งใจจะปั้มไปถึงสองขวบ ตอนนี้มาได้ครึ่งทางแล้ว ตั้งใจว่าปั้มได้เลยๆแน่นอน ยิ่งมีมุมปั้มนมส่วนตัว (คิดเองเออเองว่าเป็นของส่วนตัว) ยิ่งสู้ตาย
 
ปั้มนมเก็บ วันท่ี 12-12-2012

ย้อนนึกไปถึงสมัยฮั่นเป็นเบบี้ หลังสามเดือนที่อยู่กับลูกทั้งวันทั้งคืน เม่ือต้องกลับไปทำงานวันแรก จิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว พะว้าพะวงอยู่สองเรื่อง เรื่องแรกคิดถึงลูกมากกกกก อยากรู้ว่าลูกจะอยู่ยังไง งอแงมั้ย พ่อมันจะล้างก้นลูกสะอาดมั้ย ลูกจะกินนมจากขวดมั้ย เรื่องที่สอง คือ ปั้มนม ฉันจะปั้มนมที่ไหนเนี่ย เมื่อไร ยังไง ไม่รู้จะไปถามใคร บริษัทconsult สมัยนั้น มีผู้หญิงแต่งงานก็ว่าแปลกแล้ว นี้ แต่งงานและมีลูกนี่ยิ่งแปลกเข้าไปใหญ่ โชคดีที่พี่หัวหน้าเราก็ท้องตามหลังเรามาสามเดือน เลยมีเพื่อนหัวอกเดียวกันหน่อย แต่วันแรกกลับมาทำงาน พี่หัวหน้าก็ลาคลอดพอดี ต้องรอไปอีกสามเดือนกว่าจะเจอกัน ในเมื่อไม่มีใครให้หันหน้าปรึกษา ก็เลยไปปั้มนมในห้องน้ำ ด้วยความที่เป็นแม่มือใหม่ กลับมายังไม่มีงานทำเยอะ เราก็เลยปั้มนมทุก 2 ชั่วโมง ปาเข้าไป 5 รอบ ได้นมแบบเล็กๆน้อยๆ สะสมไปเรื่อย  จนมีคนมากระซิบว่าลองไปดูอีกชั้นหนึ่งสิ มีห้องปั้มนม  ก็เลยรีบไปหาทันที  เป็นห้อง file room ที่เก็บเอกสารของฝ่าย Tax and Legal  มีแม่นักปั้มมาบุกเบิกไว้แล้ว ในห้องซึ่งเต็มไปด้วยชั้นวางเอกสารและกองกล่องเก็บเอกสารเต็มไปหมด ตรงมุมเล็กๆท่ามกลางกองเอกสารมี กล่องเอกสารเรียงอย่างดี ปูด้วยผ้าอ้อมมีกระเป๋าปั้มนมของแม่คนอื่นวางอยู่ แถมยังเอาตู้เย็นเล็กไว้ด้วย เก้าอี้เล็กๆสองอัน ว้าวสุดยอด หน้าห้องมีป้ายสัญลักษณ์ไว้ว่า กำลังปั้มนมอยู่ แค่นี้ก็โอเคแล้ว มียุ่งยากนิดหน่อยตรงที่ต้องขอกุญแจจากเลขาประจำฝ่ายทุกครั้งและนั่งๆไปก็เสียวๆไม่รู้ว่าเอกสารจะตกลงมาใส่หัวเมื่อไร และอากาศก็ไม่ค่อยมีหายใจ  

ปั้มในห้องนั้นได้ไม่กี่เดือน บริษัทก็ใจดี จัดห้องปั้มนมให้ใหม่ โดยให้ใช้ห้องเก็บตู้ server แทน ห้องติดหน้าต่าง มีแสงสว่าง ที่สำคัญสะอาด กว้างขวางและเย็นสบาย ไม่ต้องคอยไปขอกุญแจใคร เข้าเมื่อไรก็ล็อคประตูเป็นอันโอเค แต่เพราะอยู่ชั้นของพวก Audit เวลาเข้าออกชั้น ต้องให้พนักงาน Audit มาสแกนบัตรเปิด-ปิดประตูให้ กำลังเข้าที่เข้าทาง เราก็ต้องไปทำงานที่ไซด์ของลูกค้าแทน ห้องปั้มนมก็เปลี่ยนไปตามบริษัทของลูกค้า หลายบริษัทมีห้องปั้มนมให้เป็นสัดเป็นส่วน แต่หลายที่ก็ไม่มี เราก็ขอใช้ห้องเก็บของของแม่บ้านบ้าง ห้องประชุมมั้ง ห้องน้ำบ้าง ห้องพยาบาล หรือปั้มบนรถก็มี ท่ีบ่อยสุดก็ใช้ห้องที่ทำงานนั้นแหล่ะ เวลาจะปั้มก็ไล่พวกผู้ชายออกไป เพื่อนสาวๆก็ดูจนเบื่อจนเลิกดูไปแล้ว พอพี่หัวหน้ากลับมาจากลาคลอดก็มาเป็น buddy ปั้มนมกัน เป็นเรื่องดีมากเพราะจะช่วยพากันไปปั้ม ไม่เหงา ช่วยให้กำลังใจกันและกัน แถมเวลาปั้มนมก็ยังได้ปรึกษาเรื่องงาน และเรื่องอื่นๆอีกด้วย 

ระหว่างที่ทำงานไป คิดถึงลูกไป การปั้มนมถือเป็นกิจกรรมเยียวยารักษาใจแม่สาวออฟฟิสอย่างเรามากๆ เป็นการปลอบใจตัวเองว่าได้ทำหน้าที่ของแม่ได้ถึงแม้ไม่ได้อยู่เลี้ยงดูด้วยตัวเอง อย่างน้อย by product ก็ได้นมแม่ จะมากจะน้อย ก็มีเก็บกลับไปให้ลูกกินทุกวัน ตอนปั้มนมไปก็เปิดมือถือ ดูรูปลูกไป หรือคลิปลูกไป คิดถึงลิงน้อยไป เป็นห่วงสาระตะ ยิ่งคิดถึงมากก็ยิ่งใส่ใจกับการปั้มนมมากมาย  จนฮั่นเริ่มโต งานเราก็เริ่มยุ่ง เริ่มเครียด เวลาปั้มนมก็เริ่มลดลง ประกอบกับมีแรงกดดันจากที่บ้านให้งดนมก่อนนอน ประจวบเหมาะ เราต้องไปทำงานไซด์ลูกค้าต่างจังหวัด จึงได้ฤกษ์เลิกปั้มนมกัน ดึงมาได้จนฮั่นเกือบจะขวบพอดี เราก็เลยเลิกปั้มนม (แต่ยังไม่เลิกดูดนมจากเต้านะ อันนั้นอีกนานเลยกว่าจะหย่านมกันได้เด็ดขาด) เลิกใหม่ก็รู้สึกหวิวๆ เศร้าๆ เหมือนกับว่า ฉันไม่ได้ทำหน้าที่ของความเป็นแม่ที่ดี ได้แต่ปลอบใจตัวเองว่า ยังมีอีกหลายอย่างที่แม่ทำงานนอกบ้านสามารถทำให้ลูกได้ ยิ่งลูกโตขึ้นก็ยังมีสิ่งที่ต้องให้แม่มือโปรอย่างเราไปช่วยพัฒนาในด้านๆต่างๆแทน จากนั้น เราจึงเปลี่ยนไปหากิจกรรม ซื้อหนังสือ หาโปรแกรมท่องเที่ยว ฯลฯ แทน
ปั้นนมไปเหง่ือไหลไปในห้องไม่มีแอร์

มาสมัยนี้ ตอนมีธันธัน ย้ายที่ทำงานใหม่แล้ว บริษัทนี้ก็ไม่มีห้องปั้มนม เมื่อเรากลับมาทำงานหลังลาคลอดวันแรก survey รอบบริษัท ก็ตกลงใจว่าจะใช้ห้องทานอาหารของผู้บริหาร กว้างขวางดีแต่ร้อนเพราะจะเปิดแอร์เฉพาะให้ผู้บริหารหรือให้แขกที่มากินข้าวเท่านั้น ตอนหน้าร้อน ปั้มไปเหงื่อไหลไป นมวันนั้นก็เค็มกว่าปกติ  ปั้มได้ไม่นาน เพื่อนท้องร่วมรุ่นที่ทำงานอยู่ฝ่าย Legal กลับมาจากลาคลอดพอดี คุยปรึกษากันแล้วก็เลยขอหัวหน้าเพื่อใช้ห้อง Legal เป็นที่ปั้มนม สะดวกดี ห้องนั้นจึงกลายเป็นห้องปั้มนมของแม่ลูกอ่อน และเป็นแหล่งซ่องสุ่มเม้าส์มอยของหมู่เพื่อนๆ สาวๆ ที่แวะเวียนมา ด้วยเพราะมีประสบการณ์จากตอนฮั่นแล้ว ทำให้เราไม่ค่อยวิตกจริตหรือหมกมุ่นกับการปั้มนมมากนั้น แถมไม่ต้องออกนอกสถานที่ ยิ่งทำให้เราวางตารางมาปั้มนมได้สบายๆ ช่วงแรกๆก็วันละ 3 ครั้ง วันไหนติดประชุมก็ 2 ครั้ง อย่างน้อยๆก็ต้อง 2 ครั้งต่อวัน เพื่อไม่ให้คัดนมมากนัก ปั้มนมมาได้ประมาณครึ่งปี บริษัทก็ renovate ที่ทำงานและเราถูกย้ายมาทำงานที่ชั้นใหม่ ห้อง Legal ก็ทำใหญ่ขึ้น และมีห้อง file room ใหม่และใหญ่กว่าเดิม มิดชิดกว่าห้องเก่า เราก็จัดแจงเอาโต๊ะกับเก้าอี้พับได้เล็กๆ เข้าไปจัดมุมนมแม่ไว้ใช้กับเพื่อนๆแม่นักปั้มกันจากนั้นเป็นต้นมา 
กิจวัตรการปั้มนม เพื่อปลอบใจว่าได้ทำหน้าที่ของแม่ที่ดี ก็ดำเนินต่อเนื่องมาจนถึงทุกวันนี้  

โต๊ะ เก้าอี้และอุปกรณ์ปั้มนม

อีกวัตถุประสงค์หนึ่งที่เราต้องปั้มนมเป็นประจำ เพราะยังอยากให้ลูกกินนมจากเต้าตอนอยู่บ้าน เพื่อให้ร่างกายยังคงผลิตนมอยู่ตลอดเวลา ก็ต้องปั้มนมออก ไม่ให้นมค้างเต้าซึ่งจะทำให้การผลิตนมลดลง  การเป็นแม่คนทำให้เราได้เรียนรู้ธรรมชาติของร่างกายที่ช่างมหัศจรรย์มาก เมื่อร่างกายรับรู้ว่ามีการเอานมออกไปใช้ ทั้งจากการให้ลูกกินหรือปั้มออกไป ร่างกายก็รีบสั่งการให้ต้องผลิตมาเพิ่มเติมเพื่อให้สามารถมีน้ำนมเพื่อเลี้ยงดูลูกน้อยของเราอยู่ตลอดเวลา จึงไม่ต้องแปลกใจว่า ทำไมเห็นหลายบ้าน ที่คุณแม่ยังมีนมให้ลูกกินได้ถึง 6-7 ขวบ  นอกจากนี้ ร่างกายยังรับรู้ว่าแม่ยังต้องเลี้ยงลูกอ่อน ก็ไประงับไม่ให้ร่างกายหยุดการสร้างเด็กขึ้นมาใหม่ แม่ปั้มนมส่วนใหญ่กว่าประจำเดือนจะมา ก็อาจจะเป็น 1-2 ปีก็มี ตอนสมัยฮั่น ประจำเดือนเรามาตอนฮั่นเก้าเดือน สำหรับธันธัน ปีกว่าแล้ว ก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะมาเลย รู้สึกดีมาก (ชอบเพราะมักจะมีประเด็นตอนมีประจำเดือนเสมอ)   ไม่เพียงแต่ร่างกายของแม่ที่อัศจรรย์แล้ว สำหรับลูกน้อย การให้นมแม่เป็นเสมือนการแสดงความรัก ความอบอุ่น ได้โอบกอดได้กกลูก ลูกก็ชอบเหลือเกิน ไม่ว่าแม่จะตัวเหม็นเหงื่อแค่ไหนก็ชอบดูดนมเสมอ เวลาลูกร้องไห้ หรือตกใจ หรือไม่สบาย เรามักให้ลูกดูดนมเพื่อปลอบประโลมให้ลูกรู้สึกสงบ และคลายกังวลใจ  แม้จะโดน comment เรื่องว่ามีอะไรก็ยัดนม ทำไรก็ยัดนมให้ลูกกิน แต่เราก็ไม่สนใจ เพราะเมื่อมีเริ่มก็ต้องมีเลิกรา ก็ต้องมีหย่านมกันสักวัน แต่วันไหนนั้น ขอแม่ลูกตกลงกันเอง จบป่ะ (ไว้จะมาเล่นตอนให้ฮั่นหย่านมที่หลัง)

แม้เพื่อนท้องร่วมรุ่นจะเลิกปั้มนมไปแล้ว (ปั้มได้ปีพอดี) แต่เรายังคงปั้มอยู่ทุกวัน มีวินัยและอดทนมาก จะมีประชุมยาวแค่ไหนหรือยุ่งปานใด ก็ต้องเข้าห้องไปปั้มอย่างน้อยวันละ 1-2 ครั้ง เป็นกิจวัตรประจำวันไม่ต่างอะไรกับที่เราต้องกินข้าวกลางวันทุกวัน ทุกวันก็จะหิ้วกลับบ้านไปแช่เก็บในตู้แช่แข็ง ปัจจุบัน จำนวนนมที่ได้น้อยยังไง ก็ยังได้ปริมาณเท่าเดิม แต่ไม่ลดไม่เพิ่ม  ซึ่งธันธันกินจุมาก มีช่วงหนึ่งปั้มไม่ทันกิน เพราะปริมาณการผลิตนมต่อวันมีจำนวนจำกัดจริงๆ เล่นเอาเครียดไปพักใหญ่ ต้องเอานมถั่วเหลืองบ้าง นมกล่องบ้าง หรือไปขอสต็อกนมคุณแม่เพื่อนฮั่นบ้างมาเสริมสต็อก ให้อาม่าป้อนข้าวเยอะขึ้น ไปซื้อยาประสระน้ำนมมาเพิ่มน้ำนม รวมทั้งเพิ่มรอบในการปั้ม จนสุดท้ายก็สามารถ build สต็อกนมกลับมาได้ เหลือกินเหลือเก็บจนทุกวันนี้ 

ฮั่นวัย 5 ขวบ และธันธัน วัย 14 เดือน ยังชอบกินนมแม่มาก แต่ที่สองลิงชอบมากที่สุดคือ แย่งกันกินนมจากเต้า (ห้ามแซวฮั่นเรื่องนี้เป็นอันขาด ฮั่นไม่ชอบและโกรธมาก เพราะเคยโดนเพื่อนแม่มาแซวหลังจากเห็น post ใน Facebook) ส่วนแม่วัย 35 ขวบอย่างเรา สิ่งที่ชอบมากที่สุดในที่ทำงาน ยกเว้นเพื่อนร่วมงาน ก็คงเป็น ปั้มนม (อันนี้ ใครจะไปฟ้องเจ้านายหรือเพื่อนร่วมงาน ไม่ค่อยแคร์เท่าไร เพราะเค้ารู้กันทั่วว่า รุ่งกานต์ เป็นนักปั้มตัวหยง) ตั้งเป้าหมายไว้ว่าจะปั้มนมให้ธันธัน ให้ครบ 2 ปีอย่างแน่นอน มั่นใจมากว่าทำได้แน่นอน (ถ้าไม่ลาออกจากงานก่อนนะ) 



ปล. บทความส่วนใหญ่ใน blog นี้ ถูกเขียน เรียบเรียง และ upload ในระหว่างปั้มนม

วันพุธที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

ใช้เวลากับลูกให้คุ้มค่าทุกนาที เพราะไม่รู้ว่าประเทศจะแตกเมื่อไร

ทุกเช้าที่ตื่นนอน ได้เห็นลิงตัวใหญ่นอนคุดคู้ ก้นชี้ฟ้าอยู่มุมหนึ่งของเบาะ อีกฟากลิงตัวเล็กก็นอนอ้าซ่า โชว์พุงขาวอวบ จนอดใจเข้าไปฟัดไม่ได้ ถึงจะนอนไม่ค่อยสบายเพราะโดนสองลิงทั้งเบียดบ้าง ร้องกินนมบ้าง หรือต้องคอยตื่นมาดูว่าแต่ละคนกลิ้งทับกันมั้ย ตกเบาะมั้ย กิจวัตรประจำวันก็ดำเนินไปเหมือนทุกวัน ปลุกฮั่นไปอาบน้ำแต่งตัว มองนาฬิกา สายแล้ว ต้องรีบปลุกฮั่น เด็กอะไรก็ไม่รู้ขี้เซามาก ทั้งหอมทั้งจักกะจี้ เขย่า ตะโกน ขู่บังคับ ทุกอย่างกว่าจะตื่นขึ้นมาได้  ส่วนธันธัน ถ้าตื่นเช้า ก็จะพาขึ้นไปรดน้ำต้นไม้ที่ดาดฟ้า แล้วมาอาบน้ำพร้อมกับพี่ ก่อนจะส่งต่อให้อาม่าช่วยดูแล ก่อนจะออกไปส่งฮั่น และไปทำงาน  ชีวิตดำเนินไปอย่างเรียบง่ายทุกวันๆ ดูจะลำบาก แต่มันช่างเป็นเช้าที่แม่ตัวเล็กๆ อย่างเราสุดจะแฮปปี้ แสนเต็มใจที่ทำก่อนจะเริ่มกิจวัตรส่วนตัวอื่นๆ

ความสุขมันอยู่รอบตัวเราจริงๆ หาง่ายมาก วันก่อนเป็นวันเกิดของเรา ได้รับคำอวยพรมากมายจากคุณพ่อคุณแม่ เพื่อนเก่า เพื่อนแก่ และมิตรออนไลน์ ฮั่นเคยบอกว่า จะไปหาดอกไม้มาให้มามี้เป็นของขวัญ สุดท้ายลงเอยที่โดนัทรูปหัวใจ ราดซอสสตรอเบอรี่ เห็นแล้วดีใจมากไม่อยากกินเลย ส่วนพี่โหยวซื้อเตาอบมาให้หลังจากบ่นว่าอยากได้มานาน ก็เลยได้สมใจ แสนแฮปปี้มีความสุข แม้จะไม่มีปาร์ตี้ฉลอง ไม่มีเทียนหรือเพลง Happy Birthday (พี่โหยวก็ถามว่าต้องมั้ย แบบว่าเตรียมมาเหมือนกัน เราบอกไม่ต้องแหล่ะ)  ยิ่งโตก็ยิ่งไม่ค่อยต้องการอะไรมากมาย เพราะแค่ได้ใช้ชีวิตกับทุกคนในครอบครัว ทุกคนมีความสุข ก็พอใจและสุขใจมากแล้ว

ยิ่งช่วงนี้ เพิ่งมีข่าวการสูญเสียของคุณพ่อคุณแม่ที่ลูกทั้งสองต้องจากไปเพราะระเบิดของใครไม่รู้ในที่ชุมนุม คิดว่าไม่เพียงแค่เราเท่านั้น แต่หัวอกคนเป็นพ่อเป็นแม่ทุกคนคงจะรู้สึกเลวร้ายมากกับเหตุการณ์นี้  เป็นความสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ที่ยากจะเยียวยา ปกติจะชอบคิดว่าถ้าเกิดเป็นตัวเราในเหตุการณ์โน้นนั้นนี้ ฉันจะทำยังไงดี สำหรับเคสนี้ ขอไม่คิด เพราะคงทำใจไม่ได้ ที่จะไม่ได้เห็นลิงทั้งสองมานัวเนีย วุ่นวาย งอแงอยู่ใกล้ๆ หรือตื่นนอนมาแล้วไม่ได้กอดหรือหอม ฟัดลูกอย่างเมามัน จะมีอะไรมาแทนสิ่งเหล่านี้ได้ แม้มีเงินทองล้นฟ้าก็คงไม่เทียบเท่า  ขอแสดงความเสียใจกับคุณพ่อคุณแม่และครอบครัวของน้องทั้งสองด้วยความจริงใจ

เหตุการณ์โหดร้ายที่มีกับเด็กที่เพิ่มมากขึ้นในทุกวันนี้  มันทำให้เราอยากจะใช้ช่วงเวลาที่อยู่กับลูกในช่วงวัยเด็กอย่างมีคุณค่าและมีคุณภาพทุกนาที เพราะไม่รู้ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้น ดีร้ายยังไง ประเทศนี้ปลอดภัยพอมั้ยสำหรับเด็กๆ ไม่มีใครรับประกันได้เต็มปาก ครั้นจะย้ายประเทศหนี เหมือนที่ฮั่นชอบบอกว่าจะไปอยู่ประเทศอังกฤษ เพราะว่าที่นั้นเย็น ไม่มียุง และไม่มีซอมบี้ (ฮั่นเข้าใจว่า ซอมบี้มีแต่ที่อเมริกา จากเกมที่พ่อเล่น) ก็คงไม่ได้ง่ายดายขนาดนั้น

หรือจะย้ายไปอยู่จังหวัดอื่น กรุงเทพมัน shutdown ไปแล้ว เป็นเมืองที่มีคดีและปัญหายาเสพติด แถมเคสทำร้ายเด็ก ลักพาตัวเด็กเยอะเหลือกัน  ก็คงไม่พ้นไปเจอการเมืองท้องถิ่น หมู่บ้านนี้สีนี้ ตำบลนี้ของส.ส.คนนั้น ภาคนี้สีนี้ ภาคนั้นสีโน้น ความแตกแยกขัดแย้งกับทางความคิด ความชอบของผู้ใหญ่ ของประเทศ มันส่งผลกระทบต่อภาคครัวเรือน และเยาวชนอย่างแทรกซึม ฝั่งราก อย่างไม่รู้ตัว  ลองคิดสภาพว่า บ้านไหนที่เป็นเสื้อแดง พ่อเปิดช่องเสื้อแดง ก็ด่าเสื้อเหลืองและ the rest กันไปอย่างมากมาย ก็ไม่ต่างอะไรกับบ้านไหนที่ดู Blue sky  สื่อเองกลายเป็นเครื่องมือในการสร้างความเกลียดชังและความแตกแยกในชาติ อย่างที่ไม่มีใครมาควบคุมดูแลได้  โดยเฉพาะสื่อออนไลน์ social media และอีกมากมาย ถ้าคนรับสื่อ เสพสื่ออย่างไม่มีวิจารณญาณ ก็มีโอกาสตกเป็นเหยื่ออย่างไม่รู้ตัวของบรรดาแกนนำ หรือผู้อยู่เบื้องหลังจากสร้างเหตุการณ์ทางการเมืองของไทยในปัจจุบันนี้

สงครามเย็นๆ แต่ไม่ชิล ในประเทศมาอยู่ที่ปลายนิ้วมือ ที่ถือมือถืออ่าน FB หรือ Twister แล้ว

ย้อนกลับไปดูลูกหลานของเรา
ไม่รู้เด็กๆจะเข้าใจมั้ยว่า ทำไมตอนนี้ถึงฮิตใส่เสื้อ ใส่ที่คาดผ้าลายธงชาติ
เด็กๆจะเข้าใจมั้ยว่าทำไมที่สอนให้กินข้าวให้หมด ต้องสงสารชาวนา แต่ชาวนาขายข้าวกับไม่มีเงินไม่มีกิน
เด็กๆที่อยากเป็นตำรวจอยากเป็นทหารดูแลประชาชน แต่ทำไมประชาชนไม่ได้รับความปลอดภัยหรือได้รับการดูแลจากพวกนั้นเลย
เด็กๆจะรู้มั้ยว่าที่ชุมนุม ไม่ใช่ที่ช็อปปิ้ง ที่กินข้าว หรือฟังเพลง และมันก็ไม่ปลอดภัยอีกต่อไป
เด็กๆ จะรู้มั้ยว่า ตัวเองกำลังจะมีหนี้ทั้งที่ตัวเองไม่ได้ก่อ เพราะประเทศกำลังจะล้มละลาย
ถึงเด็กๆจะไม่รู้ แต่หวังว่าผู้ใหญ่ต้องเข้าใจ และต้องทำให้สภาพในปัจจุบันนี้มันดีขึ้น อย่างแรกเลยค่ะ  จะไม่มีเด็กต้องตกเป็นเหยื่อของความขัดแย้งของผู้ใหญ่

วันนี้มามี้ใส่เสื้อตัวนี้ “Please Respect My Future” จริงๆมันสำหรับเด็กๆ ใส่ แต่รู้ว่าเฮียฮั่นเลือกมากคงไม่ใส่แน่นอน มามี้เลยซื้อมาใส่เองละกัน มันเป็นคำที่ช่างสะท้อนสภาพสังคมในตอนนี้จริงๆ  แบบผู้ใหญ่ทำอะไรกัน ช่วยคิดกันด้วยว่าอนาคตฉันจะเป็นยังไง จะมีประเทศให้อยู่มั้ย


ทำงานเสร็จวันนี้ จะรีบกลับบ้านไป ขอกอดรัดฟัดเหวี่ยงลูกไม่สนใจใคร มามี้สัญญาว่าจะทำทุกวันของเราให้มีความสุข สนุกสนาน อย่างมีคุณภาพ ทำทุกวันให้เป็นเหมือนวันสุดท้ายที่เราจะได้อยู่ด้วยกัน



เกิดสงครามพันครั้ง 
เด็กก็ยังสวยงาม
เป็นเพียงแค่สงคราม 
ความเดียงสาเท่าเดิม