แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เลี้ยงลูกอย่างปลอดภัย แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เลี้ยงลูกอย่างปลอดภัย แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2557

More Risk More Return!! วันนี้เปิดโอกาสให้ลูกลองเสี่ยงดูหรือยัง

ยิ่งเปิดโอกาสให้เด็กได้ลอง ได้กล้าทำอะไรเสี่ยงมากเท่าไร
  ก็ยิ่งทำให้เขาได้เรียนรู้ที่จะดูแลตัวเองได้ดียิ่งขึ้น
-Roald Dahl-
Credit:  The Children's Movement of Florida



สิ่งที่เราพ่อแม่ทุกคนให้ความสำคัญกับลูกเป็นข้อแรกๆ คือ ความปลอดภัย
แต่รู้มัยค่ะว่า บางครั้งพ่อแม่เป็นคนสร้างความไม่ปลอดภัยให้เกิดกับลูกเองโดยไม่รู้ตัว

เพิ่งมีงานหยดน้ำที่โรงเรียนไป สิ่งหนึ่งที่พ่อแม่อึ้งกันไปตามๆกันคือ การใช้มีด ใครจะนึกค่ะว่าเด็กอนุบาลจะสามารถใช้มีดหั่นผลไม้ได้อย่างมั่นใจและปลอดภัย (บางคนใช้ได้อย่างคล่องแคล่ว) โดยที่คุณครูไม่ต้องมากำกับเด็กหรือจับมือทำ เด็กๆหั่นผลไม้เพื่อนำมาทำน้ำปั่นกันอย่างสนุกสนาน ไม่มีใครแย่งมีดหรือเล่นมีดอย่างไม่เหมาะสม และไม่มีใครได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด

เป็นเพราะอะไรรู้มั้ยค่ะ เพราะคุณครูใช้เวลาในการสอนการใช้มีดกับเด็กพอสมควรก่อนการใช้งานจริง ใส่ใจเด็กอย่างใกล้ชิดตลอดเวลาในช่วงแรก  อุปกรณ์ต่างๆได้ถูกจัดเตรียมให้เหมาะกับการใช้งานของเด็ก คือมีดจะทื่อๆ ไม่อันตรายมาก  กิจกรรมถูกจัดให้ทำเป็นประจำทุกสัปดาห์ เปิดโอกาสให้เด็กได้เรียนรู้ ได้ทดลองทำ ได้สัมผัสและเข้าใจว่าทำอย่างไรจะไม่บาดมือ เด็กๆได้สนุกและภูมิใจในสิ่งที่ทำ จึงสามารถทำออกมาด้วยความมั่นใจ  ได้ทำจริงจนชำนาญ

สิ่งที่ได้เรียนรู้จากห้องเรียนลูก คือ เราไม่เคยให้เวลาและเปิดโอกาสให้ลูกเรียนรู้เรื่องความปลอดภัยอย่างแท้จริง คงต้องลองเปิดใจให้ลูกทำ สำหรับเด็กเล็กก็ยังต้องอยู่ในความดูแลอย่างใกล้ชิด ไม่ใช่ว่าจะให้ลองทุกอย่าง พ่อแม่ยังคงต้องคัดกรองให้อยู่ดีค่ะ ประเด็นสำคัญ คือการสร้างบรรยากาศการเรียนรู้ เรื่องอันตรายเป็นสิ่งที่ต้องเรียนรู้ไม่ใช่ปิดกัน ลองเปลี่ยนจากบ้านที่เต็มไปด้วยความกลัวมาเป็นมั่นใจให้ลูกลองทำ เด็กๆทำอะไรได้มากกว่าที่เราคิดค่ะ

ปล. ย้อนคิดไป เคยให้ฮั่นลองหั่นผักด้วยมีดที่บ้านซึ่งใหญ่กว่าของที่โรงเรียน ฮั่นบอกเองเลยว่า มีดนี้มันคมไม่กล้าใช้ สุดท้ายเลยช่วยกันทำ จับมือลูกหั่น เออ ลูกรู้ได้ไงว่ามันอันตราย สงสัยโดนจิ้มมาก่อนแน่เลย 555

วันจันทร์ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

เคล็ดลับการดูแลความปลอดภัยของลิงน้อยแบบแฮปปี้


คนจีนเชื่อกันว่า ยิ่งตกยิ่งโต  สำหรับคุณแม่หัวสมัยใหม่ลูกชายสองวัยซน (อย่างกะลิง) อย่างเราก็ยังเชื่อเช่นนั้นเหมือนกันค่ะ เราก็ไม่หวั่นและยังเต็มทีกับการที่จะให้ลูกได้สัมผัสและเรียนรู้โลกกว้างอย่างอิสระ แต่อยู่บนพื้นฐานแห่งความปลอดภัย เริ่มจากการเตรียมทั้งตัวและหัวใจกับเรื่องหวาดเสียว ปวดหัวใจ กับเรื่องเจ็บตัวของลิงน้อย โดยเฉพาะฮั่น (4ขวบครึ่ง) ลิงแสนซ่าซนผ่านการล้ม ชน ตก กระแทกมาไม่นับไม่ถ้วน และตอนนี้ ธัน (7เดือน) สมาชิกใหม่ของบ้านที่เริ่มฉายแววความซ่า ทั้งกระโดด คลานงับงับของ และลุยทุกพื้นที่ของบ้าน  เพื่อให้การยิ่งตกยิ่งโตเป็นไปอย่างราบรื่น ที่บ้านได้ตั้งกฏแห่งความปลอดภัยมา 4 ข้อ ดังนี้ค่ะ 


1)       เล่น-ลุย-ซนได้เท่าที่อยาก ถ้าไม่ได้อยู่ในที่หรือบริเวณที่เสี่ยงต่อการเป็นอันตราย หรือบาดเจ็บ
จัดบริเวณที่ลูกใช้ชีวิตประจำวัน และทำกิจกรรมต่างๆอย่างปลอดภัย รวมทั้งอุปกรณ์และของใช้ต่างๆ แยกบริเวณเล่นของคนพี่และคนน้องอย่างชัดเจน เพื่อไม่ให้เบบี้เป็นอันตรายจากของของคนพี่ ส่วนเบบี้ก็มีบริเวณส่วนตัวให้คลาน ให้เล่นและหยิบจับของเล่นของใช้ ไม่ให้พลาดการพัฒนา sensory อย่างปลอดภัย   นอกจากนี้ ทุกครั้งที่ออกนอกบ้าน เราก็ต้องหาข้อมูลของสถานที่ที่จะไปก่อน เพื่อให้สามารถแยกแยะจุดที่ไม่ควรให้ลูกไปเล่น รวมทั้ง survey พื้นที่รอบๆว่าให้มีสถานพยาบาลอยู่ใกล้ๆ โดยเฉพาะ เวลาออกต่างจังหวัด จะเลือกพักในย่านที่ไม่ห่างจากโรงพยาบาลมากนักค่ะ 


2)       เล่น-ลุย-ซนได้ทุกท่าทุกเวลา ถ้าไม่ทำให้ตัวเองและผู้อื่นเจ็บตัวหรือเป็นอันตราย
สำหรับเจ้าลิงตัวโต เราใช้การสอนเรื่องความปลอดภัยผ่านนิทานและหนังสือ โดยจะพูดคุยตกลงกับลูกถึงสิ่งที่ทำได้และทำไม่ได้ล่วงหน้า เพื่อให้เข้าใจตรงกันเป็นกฎในการเล่น-ลุย-ซน  จะพูดคุยกันถึงผลเสียจากสิ่งที่ไม่ควรทำจริงๆ โดยไม่มีการหลอกหรือขู่ให้กลัว บางครั้งอาจต้องปล่อยให้ลูกเจ็บตัวบ้าง (แต่อยู่ในขอบเขตที่พ่อแม่ดูแลได้) เพื่อให้เกิดการเรียนรู้และจดจำในสิ่งที่ไม่ควรทำ ครั้งหนึ่งฮั่นละเลยไม่ยอมนั่งบนคาร์ซีทแล้วเกิดรถเบรคกระทันหันทำให้ฮั่นกระแทกกับเบาะรถ จากนั้นมาฮั่นก็นั่งคาร์ซีททุกครั้งที่ขึ้นรถโดยไม่ต้องบอกเลยค่ะ 


3)       รักษาสุขภาพและพร้อมรับมือเหตุที่ไม่ขาดคิดเสมอ เพื่อเป็นรากฐานของการใช้ชีวิตอย่างปลอดภัย 
เด็กเล็กที่มีพัฒนาการทางร่างกายไม่สมบูรณ์ มีโอกาสที่จะเกิดอุบัติเหตุได้ง่ายกว่า จึงจำเป็นมากที่จะต้องใส่ใจให้ลูกได้ทานอาหารที่มีคุณค่า ออกกำลังกายกล้ามเนื้อมัดเล็กมัดใหญ่ให้มีพัฒนาการที่ดี สมบูรณ์ตามวัย  


4. เตรียมการพร้อมสำหรับเหตุการณ์ที่คาดไม่ถึง 
แต่หากเกิดอุบัติเหตุจริงๆ แม่ก็สามารถแปลงร่างเป็นโดเรมอนอย่างเราก็จะมีกระเป๋าวิเศษติดตัวตลอดเวลา (ยังมีเก็บไว้ตามห้องต่างๆ และบนรถ) พร้อมจะควักยาหม่องและพลาสเตอร์ติดแผลลายการ์ตูนน่ารักๆ  มาปฐมพยาบาลลูกได้อย่างทันท่วงที 
เล่น-ลุย-ซน ได้อย่างปลอดภัยทุกทีทุกเวลาค่ะ