แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Han's story แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Han's story แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

ฮัมเพลงเก่า แต่ความหมายดี ให้ลูกฟัง

บ่ายวันหนึ่ง ฮั่นตะโกนร้องเพลงออกมาว่า "นัดสำคัญ นัดสำคัญ" แล้วก็เล่นต่อ พี่โหยวแอบมองหน้าเรา ประมาณว่า ลูกไปฟังมาจากไหน เออ เราเองได้แต่ยิ้มแหะๆ

รูปฮั่น แต่งเป็นนักเปียโน ตอนสองขวบกว่า


เป็นโรคอะไรไม่รู้ เวลาอยู่กับลูก กำลังคุยๆกันอยู่ มันมักจะมีเพลงสมัยดึกดำบรรพ์ พระเจ้าเหา แบบยังจำไม่ได้เลยว่าใครร้อง แต่ดันมีเนื้อหาสอดคล้องกับไอ้เรื่องที่กำลังคุยกันอยู่พอดี ผุดขึ้นมาในหัว  เราก็ร้องให้ฮั่นฟังแบบขำๆ (อ่านกันไปถ้าใครหัวเราะแปลว่าแก่พอจะรู้จักเพลง) อย่างเช่น

ฮั่นบอก อยากนอนอย่างเดียว เราก็ร้อง "ข้าวปลาไม่กินไม่เดือดร้อน เหตุใดเธอจึงเอาแต่นอน....นอน นอน นอนๆๆๆ บังอรนอนหมอน"

ฮั่นเรียก ธันธัน (ธันมาจาก Thunder) อยู่ๆ ก็เผลอหลุดปากว่า "Thunder Thunder Cat Cat catttt"

ฮั่นเล่นไดโนเสาร์ เราก็ "ไดโนเสาร์ ไดโนเสาร์ หัวเจ้าก็ยาวตัวก็โตดูจะสูงใหญ่ อยากจะโตอย่างเจ้าไดโนเสาร์ เธอคงจะมองคงจะเห็นเราซักที"

ฮั่นร้องรถไฟปูน ปูน เราก็ "choo chu la chu la choo chu This is the love train choo chu la choo chu ถึงก็ช่างไม่ถึงก็ช่าง"

ฮั่นชอบกินกล้วยไข่ เราก็ "กล้วยน้ำว้าเวลาสุกงอม กล้วยหอมกินแล้วชื่นใจ ฉันชอบกล้วยไข่ เพราะมันไม่มีกระดูก"

เวลาจะนอน กล่อมลูกก็ "หลับตาสิที่รัก ในวงแขนของฉันจะไม่มีผู้ใดคิดทำลายเธอได้"

เวลาตื่นนอน ร้องปลุกลูก "เช้าแล้ววันใหม่ มองไปนอกหน้าต่างเจอฟ้าใสสว่าง"

เวลาฮั่นเล่นกล แม่มันก็ "โอมะลึกกึกกึ๋ยๆๆ โอมมมม"

เวลาฮั่นไม่ยอมทำตามสัญญา เราก็โอดโอย "ก็เคยสัญญา กันว่ารักกัน บลา บลา บลา"

และยังมีอีกเยอะจนไม่น่าเชื่อว่าขุดออกมาได้ไง พูดถึงสัตว์อะไรก็มีเพลงหมดเลย อย่างแมว แมงมุม เสือ เต่ากับกระต่าย นก(แล) วัว  แม้แต่ (มนุษย์)ค้างคาว ฯลฯ  บอกมาเถอะ สามารถต่อเป็นเพลงได้หมด ดีนะส่วนใหญ่ร้องกันแค่แม่ลูก ถ้าพ่อมันมาอยู่ด้วยคงจะเพลีย

ที่บ่อยมาก คือ "ฉันคิดถึงเธอตั้งแต่หัวค่ำจนอุษาสาง ด้วยเกิดความรักผุดขึ้นที่กลางหว่างหทัย บลา บลา บลา"
ใครเกิดทันก็คงรู้ว่าเป็น เพลงวนาลี  ขอเอาเป็นยุคพี่หมิวกับนก ฉัตรชัยเลยล่ะ (เพราะเวอร์ชั่นอื่นไม่รู้ใครเล่น พอดีมีลูกเลยเลิกดูทีวีไปแล้ว)
ตอนอาบน้ำก็จะร้องให้ฮั่นฟัง ประมาณว่าอยากบอกลูกว่าคิดถึงมาก  แปลกที่ว่าฮั่นชอบมาก บอกว่าเพลงเพราะจัง เลยถามฮั่นว่า ฮั่นเข้าใจหรือเปล่า แล้วรู้หรือเปล่าว่าหทัยคืออะไร ฮั่นบอกรู้ หัวใจใช่มั้ย เออ รู้ได้ไงเนี่ย เค้าบอกว่าเดาดู ฮั่นจำชื่อเพลงไม่ได้ แต่จะบอกว่าเพลงที่มามี้ร้องในห้องน้ำนะ ก็จะเข้าใจกันสองแม่ลูก

เพลงประจำตัวฮั่น ก็คือ Close to You  ของ Carpenter ร้องให้ฮั่นฟังตั้งแต่เล็กๆ โตขึ้นก็เริ่มแปลความหมายให้ฮั่นฟัง ตอนฮั่นเล็กๆ เราไม่ค่อยมีเวลาดูแลลูก ได้เจอลูกลีมตาเล่นด้วยแค่วันละสองชั่วโมงก่อนลูกจะหลับไป เช้าตรูก็ต้องออกจากบ้านไปทำงาน ใจนี้ลอยไปอยู่ใกล้ฮั่นเสมอ นั้นคือที่มาของเพลงประจำตัวฮั่น ทุกครั้งเวลาไปงานเลี้ยง มีคนร้องคาราโอเกะเพลงนี้ ฮั่นจะบอกว่าเพลงที่มามี้ร้องให้น้องฮั่นนิ

ตอนนี้มีธันธัน ยังคิดหาเพลงประจำตัวธันอยู่ว่าจะเป็นอะไรดี เยอะเหลือเกินยังเลือกไม่ถูก แต่ของฮั่นได้เพิ่มมาหนึ่งเพลงก็คือ "พี่ชายที่แสนดี" ร้องย้ำ ซ้ำๆให้ฟัง และบอกทุกครั้งว่า อยากให้ฮั่นเป็นพี่ชายที่ดีเหมือนปะป๊า มามี้ดีใจและภูมิใจที่ฮั่นเป็นพี่ที่ดีของน้อง

ร้องไป ก็เพิ่งพิจารณาเนื้อเพลงไปอย่างระมัดระวังก็ตอนนี้แหล่ะ เพราะเพิ่งนึกได้ว่าลูกมันจะเข้าใจมั้ย ก็เลยได้สังเกตเนื้อหาของเพลงสมัยก่อนว่า ใช้ศัพท์ที่ละมุนละมัย น่าฟัง เป็นเพลงที่สอดแทรกความหมาย เหมาะกับการสอนเด็กดี เด็กฟังได้ไม่เป็นพิษเป็นภัย ไม่เหมือนเพลงสมัยนี้ อะไรก็ไม่รู้ หลานสาววัยป.1 ชอบมาร้องโชว์ ร้องไปเต้นกระดกหน้ากระดกหลังไป  she เป็นขาแดนซ์ตัวแทนห้องตั้งแต่อนุบาล จัดไปตั้งแต่ "check rating ค่ะเช็ค rating" "เอะอะ เอะอะก็โป๋" "แน่นอก ยกออก" จนล่าสุด "ท่านกำลังเข้าสู่บริการรับฝากหัวใจ ใจแลกเบอร์โท โอ โอ้ว โอ๊ย"  แล้วทุกปีก็ต้องไปซื้อโต๊ะจีนเพื่อไปดูการแสดงของลูกหลาน ดูเด็กอนุบาล ประถม แต่ตัวโป๊ๆมาเต้นเพลงพวกนี้ เพื่อแสดงความสามารถก่อนจบการศึกษา ประมาณว่าลูกหลานเรียนมาตลอดปี มีดีตรงที่เต้นได้ร้องเพลงได้อย่างเดียว ดีใจมากที่โรงเรียนฮั่นไม่ได้เป็นแบบนั้น ไว้คราวหน้าจะมาเล่าให้ฟังว่าเป็นยังไง

กลับมาที่เพลงเก่าของเราต่อ ก่อนนอนคืนนี้ กำลังเล่นกันกับฮั่น เรื่องโตขึ้นเป็นอะไร เราก็หลุดเพลงมาท่อนหนึ่งแบบไม่ได้คิด "หนูอยากเป็นทหารนั่งบนรถถังที่คันใหญ่" ประมาณว่าช่วงนี้ ฮั่นชอบทหารมาก เพิ่งซื้อเสื้อชุดทหารแล้วเอาใส่ไปโรงเรียน ฮั่นฟังปุ๊บก็สนใจ ถามมามี้ร้องเพลงอะไรอ่ะ เราเลยหาใน youtube ให้ฟัง ตัวเองฟังเอง เนื้อหาดีมาก เหมาะกับการสอนลูก สอนเด็กทุกคนในโลกนี้ ป้าเบิร์ดก็ช่างถ่ายทอดเพลงได้อย่างอ่อนโยนแต่หนักแน่นให้เด็กน้อยทำดี ทำไมนะ ไม่ค่อยมีใครเอาไปสอนหรือทำเป็นการแสดงในโรงเรียนเลยนะ

ใครจะว่าเราเชย ร้องเพลงสมัยนี้ไม่เป็นก็ไม่เป็นไร ลูกเราร้องเต้นไม่ได้ตามสมัยก็ไม่เป็นไร เราขอเลือกสื่อบันเทิงที่ส่งเสริมลูกให้เป็นคนดี แทนสมัยนิยมละกัน ฝากเพลงนี้ก่อนนอนกันนะคะ



เนื้อเพลง: หนูอยากเป็นอะไร
ศิลปิน: เบิร์ด ธงไชย แมคอินไตย์
อัลบั้ม: ส.ค.ส.
(เนื้อเพลงได้มาจาก lyrics.in.th)


ไกลสุดไกล สุดปลายรุ้ง
ดวงตาน้อยน้อยมุ่งมองไปแสนไกล
เด็กน้อยเอย เจ้าฝันเจ้าใฝ่
ฝันถึงสิ่งใด บ้างหนา
หนูหนูเอย หนูน้อย
ขอถามหนูหน่อย ได้ไหม
หนูใฝ่หนูฝัน อยากเป็นอะไร
เมื่อหนูโตใหญ่ สิ่งไหน ที่ อยาก เป็น
รักษาคุณพ่อตอนไม่สบาย
ขอให้หนูได้เป็นหมอ ขอให้สมดังใจ
(ด.ญ1)หนูจะเป็นคุณครูสมที่หนูตั้งใจ
ขอให้เป็นคุณครูสมที่หนูตั้งใจ
ที่คันใหญ่ใหญ่
ขอให้ได้เป็นทหารที่กล้าหาญชาญชัย
(ด.ญ2)หนูจะเป็นพยาบาลคอยดูแลคนไข้
ขอให้เป็นพยาบาล พูดหวานจับใจ
(ด.ช3)หนูจะเป็นตำรวจเป็นผู้หมวดจับผู้ร้าย
ขอให้ได้เป็นตำรวจ เป็นผู้หมวดปืนไว
ไม่ว่าใครจะเป็นอะไร อยากเป็นสิ่งใด
ขอให้สมดังใจได้เป็นอย่างฝัน แต่มีอีกอย่าง
ที่สำคัญ เหนือ สิ่ง ใด นั้น คือเป็น คนดี
ทำสิ่งใด จะคิดอะไร หนูจะได้ดังใจ เสมอ
ดวงดาวสายรุ้งจะเป็นเพื่อนเรา
ความหงอยเหงา ก็ไม่เจอะเจอ
เป็นคนดี กันดี ไหมเออ ทำดีเสมอ
ไม่ว่าหนูจะเป็นอะไร
หนูอยากมีแต่คนรักใคร่
จะทำสิ่งใด จะคิดอะไร หนูคงได้ดังใจ เสมอ
ดวงดาวสายรุ้งจะเป็นเพื่อนเรา
ความหงอยเหงาก็ไม่เจอะเจอ
เป็นคนดี คงดีนะเออ ทำดีเสมอ ตลอดไป
หนูจะมีแต่คนรักใคร่
จะทำสิ่งใด จะคิดอะไร หนูจะได้ดังใจ เสมอ
ดวงดาวสายรุ้ง จะเป็นเพื่อนเรา
ความหงอยเหงาก็ไม่เจอะเจอ
เป็นคนดี กันดีไหมเออ ทำดีเสมอ
ไม่ว่าหนูจะเป็นอะไร
หนูจะมีแต่คนรักใคร่
จะทำสิ่งใด จะคิดอะไร หนูก็ได้ดังใจ เสมอ
ดวงดาวสายรุ้ง จะเป็นเพื่อนเรา
ความหงอยเหงาก็ไม่เจอะเจอ
เป็นคนดีคงดีนะเออ ทำดีเสมอ ตลอดไป
หนูจะมีแต่คนรักใคร่
จะทำสิ่งใด จะคิดอะไร หนูก็ได้ดังใจ เสมอ
ดวงดาวสายรุ้ง จะเป็นเพื่อนเรา
ความหงอยเหงาก็ไม่เจอะเจอ
เป็นคนดีคงดีนะเออ ทำดีเสมอ ตลอดไป


(ด.ช1)หนูอยากจะเป็นหมอ
(ด.ช2)หนูอยากเป็นทหารนั่งบนรถถัง
ถ้าโตขึ้นไปหนูเป็นคนดี หนูจะมีแต่คนรักใคร่
(เด็กหมู่) หนูโตขึ้นไปหนูเป็นคนดี
ถ้าโตขึ้นไปหนูเป็นคนดี
(เด็กหมู่)หนูโตขึ้นไปหนูได้เป็นคนดี
(เด็กหมู่)หนูโตขึ้นไปหนูได้เป็นคนดี


19 ก.พ.2014

วันพุธที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

เด็กน้อยกับฝาอิชิตัน

ระหว่างน่ังรถไปทอดกฐิน เราน่ังดูดชาอิชิตันอยู่
ฮั่นถามว่า มามี้อยากมีทองเยอะๆ เป็นเศรษฐี อยากรู้มั้ยว่าต้องทำยังไง  
มามี้ ทำไงล่ะ
ฮั่น มามี้ก็กินอิชิตัน แล้วก็โทรศัพท์เยอะๆ ก็ได้ทอง
มามี้ แล้วถ้าไม่กินอิชิตันล่ะ ทำไงถึงจะรวย
ฮั่น มามี้ก็กินโออิชิ แล้วก็โทรศัพท์เยอะๆ ก็ได้ทอง รวยเป็นเศรษฐี
มามี้ ถ้าโทรไปก็จะได้ทองทุกคนหรอ
ฮั่น ใช่ ได้ทุกคน มามี้ต้องโทรเยอะ
มามี้ แล้วถ้าไม่กินทั้งสองอย่าง
ฮั่น ไม่รู้สิ งั้นโทรศัพท์ไปตดให้คนนั้นฟัง 555

จากนั้นก็เริ่มคุยกันว่า อะไรคือรวย รวยเป็นเศรษฐีมันดียังไง มีเท่าไรที่ฮั่นคิดว่ารวยเป็นเศรษฐี ทำไงถึงรวย  ฮ่ันให้คำตอบตามความคิดเด็กๆที่น่ารักผสมน่าเตะ (ประมาณรวยแล้วจะได้ซื้อของเล่นทุกอย่างที่อยากได้) เราได้เข้าใจว่าลูกคิดยังไงกับความร่ำรวย 



ระบบบริโภคนิยมและทุนนิยมมันสอดแทรกในชีวิตเราอย่างไม่รู้ตัว เด็กๆก็รับรู้ซึมชับไปด้วย ซึ่งเค้ายังอยู่ในวัยที่ไม่สามารถแยกแยะหรือคิดวิเคราะห์ถูกผิดได้ เช่น ฮั่นบอกเจลเล่มีประโยชน์ เพราะในทีวีบอกว่า มีวิตามิน คงเป็นหน้าที่พ่อแม่ท่ีต้องช่วยให้ความรู้และกลั่นกรองสื่อสำหรับเด็กอย่างใกล้ชิด คิดว่ากลับบ้านไปจะวางแผนกับพี่โหยวว่าจะสอนหรือต่อยอดเรื่องที่คุยยังไงต่อดี เพราะช่วงหลังฮั่นเริ่มโต และสามารถยกเหตุผลหรือข้ออ้างขำๆบ้าง น่าสนใจบ้างมาเชิญชวนแม่ให้ซื้อของเล่นให้ 
เช่น ซื้อเป็นคู่มันลดราคา หรืออยากซื้ออันนี้ให้มามี้แต่มามี้ซื้ออันนี้ให้ฮั่นด้วย หรือมาแนวเผด็จการเช่น จะถูกจะแพงมามี้ก็ต้องซื้อให้นะ  หลายเร่ืองที่ไม่รู้ว่าฮั่นไปความคิดน่ันมาจากไหน แต่เรื่องดีๆหรือเหตุดีๆที่ฮั่นใช้กับแม่มาจากหนังสือที่เราอ่านให้ฟังทุกวัน 

หวังว่า โตไปจะได้เป็นอนาคตชาติที่ไม่นั่งคอยจะรวยเพราะชิงโชคทองจากฝาน้ำชานะลูกรัก



เขียนเม่ือ 27 ต.ค.2013

วันพฤหัสบดีที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2557

เด็กเลือกมาก จัดการลิงแบบ win win

ปลายปี 2013 ต่อปี2014 ในวันที่ความหนาวเย็นยังไม่จากกรุงเทพไป (อะไรกัน สิบกว่าองศา บ้าไปแล้ว) อากาศช่างเย็นยะเยือกต่างกับทุกปี แต่เหตุการณ์ที่เกิดเป็นประจำทุกวันคือ แม่ลูกชายทะเลาะกันเรื่องเสื้อผ้า ขอย้ำว่าเป็นลูกชาย ที่ช่างเลือก เรื่องมากมายเหลือเกิน เราพยายามพูดโน้มน้าวให้ใส่เสื้อแขนยาว เพราะเสื้อหนาว jacket สีส้มตัวเดียวที่ฮั่นยอมใส่ถูกเอาไปซัก
เพื่อให้เข้าใจสถานการณ์ที่แม่อย่างเรากำลังเจออยู่ 
- ฮั่นขี้รำคาญ ไม่ชอบใส่กางเกงขายาวเสื้อแขนยาว จึงไม่ได้ซื้อเพิ่ม 
- เสื้อแขนยาวที่มีอยู่ ยอมใส่อยู่แค่ 2 ตัว คือ jacket สีส้ม กับเสื้อเชิ๊ตชุดแต่งงาน (ฮั่นเรียกอย่างนี้เพราะเอาไว้ใส่ไปงานแต่งงาน) 
- กางเกงขายาวที่มีอยู่ ยอมใส่อยู่ 1 ตัว เฉพาะเวลามีงานที่โรงเรียน
- กางเกงที่ใส่ เป็นขาสั้น ใส่อยู่ 5-6 ตัว จากที่มีอยู่ เต็มตู้ สีไม่ชอบ ผ้าไม่นุ่ม ลายไม่โดนไม่ใส่
- ฮั่นมีชุดนอนแขนยาวขายาวเยอะมาก แต่จะใส่นอนอย่างเดียว ต้องเป็นเซทเดียวกันด้วย
- ฮั่นชอบสีส้ม ขาว และน้ำตาล แต่ยอมใส่สีส้ม กับขาว นอกนั้นขอดูลายก่อน
- ฮั่นชอบลายรถ แต่เป็นเฉพาะบางประเภท ต้องเลือกเองเท่านั้น เช่น รถตักดิน รถ construction รถตำรวจ มีเพิ่มมาที่ไม่ใช่รถ คือ angry bird แต่ เน้น *ต้องลายที่ตัวเองเลือกเท่านั่น*
- ฮ่ันเคยชอบเสื้อลายไดโนเสาร์ ตอนนี้ไม่ชอบแล้ว และไม่ใส่เลย
- เสื้อเล็กนิดหน่อยใส่ยาก ฮั่นไม่ใส่
- เสื้อมีรู มีรอยสกปรก หรือยับไม่ใส่ ยกเว้นเป็นเสื้อตัวโปรด
- เสื้อโปโล หล่อๆ ไม่ใส่ ร้อน
- เสื้อกล้าม ไม่มีแขน ถึงจะชอบลายก็ไม่ใส่
- เสื้อกางเกงผ้าไทย ฮั่นไม่ชอบ ไม่ใส่
- เสื้อที่ยอมใส่มีแค่ 5-6 ตัว จากเสื้อผ้าเต็มตู้
- ถุงเท้ายอมใส่ แต่พอเหง่ือออกเท้า จะถอดทันที
เสื้อแต่งงานตัวโปรด


ที่นี่ เหมือนเล่นเกมตัดออก ยิ่งอากาศหนาวๆ ทางเลือกก็ยิ่งลดลง เราก็ยังไม่มีเวลาพาฮั่นไปซื้อเสื้อหนาวเพิ่ม เพิ่งได้กางเกงขายาว มีลายเฮลิคอปเตอร์ ที่ฮั่นโอเคยอมใส่มาเพิ่ม ก็ดีใจมากแล้ว (เดินดูโลตัสแถวบ้านเป็นชั่วโมงได้ของที่ยอมใส่มา2 ตัว)  
ประเด็นคือถ้าแม่เลือกให้ก็คงเสร็จไปนานแล้ว 
เลยเสนอฮั่นว่า เอาเสื้อนอนแขนยาวมาใส่ข้างในแล้วเอาเสื้อที่นายชอบสวมทับข้างนอกสิ เหมือนเด็กญี่่ปุ่นเลย เค้าใส่อย่างงี้กันนะ
ฮั่น: ฉันไม่ชอบ มันเป็นเสื้อนอนต้องใส่นอน แล้วพอใส่ไปมันก็คันด้วย
(ปกติคุยกับฮั่น จะแบบเพ่ือนกัน ใช้ฉันกะนาย)
เรา: แล้วนายจะใส่อะไร เอาเสื้อหนาวเจ๊เจ๊มั้ย (มีตัวหนึ่งมันสีน้ำเงินเข้ม แบบผู้ชาย) 
ฮั่น: ไม่เอา
แม่มันเสนออีกหลายตัว เริ่มปวดตับจี๊ดๆ ธรรมดาอากาศปกติ ชวนให้ใส่เสื้อตัวอื่นบ้าง บอกไอ้ตัวที่ใส่อยู่ มันเก่าจะแย่แล้ว ตัวที่ไม่ค่อยได้ใส่จะน้อยใจนะลูก แหมทำไมตอนนั้นอยากได้เสื้อไดโน มามี้ก็ไปหาซื้อมาให้ มีทั้งซื้อเสื้อขาวมาปักรูปไดโนเสาร์ให้ใส่สองตัวเดี๋ยวนี้ไม่เห็นใส่เลย เสื้อตัวนี้อาม่าไปเที่ยวมาคิดถึงฮั่นซื้อมาให้สีส้มด้วยนะ (แต่เป็นรถเต่าฮั่นไม่ชอบเลยไม่ใส่)  หรือไม่ก็ขู่บอกจะเอาไปให้ธันธันใส่นะ บลา บลา บลาาาา ปวดตับอยู่ ทุกวันเพราะสุดท้ายคุณชายก็ใส่ตัวเดิม มันเป็นอย่างงี้มาตั้งแต่ฮีเริ่มพูดรู้เรื่อง skillการต่อรองพัฒนาจนแม่มันงัดตำรามาสู้ไม่ทัน ไว้จะมาเล่าเรื่อง ฮั่นต่อรองให้ฟังที่หลัง
เรา: งั้นใส่เสื้อแล้วเอาเสื้อแต่งงานใส่ทับได้มั้ย
ฮั่น: โอเค
กว่าจะตกลงกันได้

คิดว่าหลายบ้านคงเจอสภาพไม่ต่างกัน จริงๆแล้วถือเป็นพัฒนาการด้านหนึ่งของลูก เด็กๆเริ่มมีความคิดเป็นของตัวเอง และเป็นอิสระทางความคิดจากพ่อแม่ ไม่เหมือนตอนเป็นเบบี้ ที่จะหยิบใส่อะไรก็ได้ไม่งอแง (แต่ฮั่นถ้าใส่ไม่สบาย จะร้อง หรือถอดทันที ฮีเยอะมาตั้งแต่เด็ก) การจะไปเร่งให้เค้าคิดตัดสินใจก็ไม่ใช่way ที่เราชอบ เพราะ เด็กๆก็ต้องการเวลาในการนึกตรึกตรองเหมือนผู้ใหญ่เช่นกัน การชี้นิ้วสั่งก็ไม่ใช่ way เราเช่นกัน เพราะอยากให้ลูกมีความคิดเป็นของตัวเอง มั่นใจในสิ่งที่เค้าเลือกจะทำ ไม่อยากให้เหมือนแม่มันเพราะชอบทำตามคนอื่นไม่ค่อยมีจุดยืนเป็นของตัวเอง ส่วนตัว คิดว่า นี่เป็นจุดเล็กๆในการสร้างเสริม self esteem และความคิดสร้างสรรค์ของลูก  ดูอย่างที่เด็กหลายคนชอบเอาเสื้อผ้าพ่อแม่มาใส่หรือ mix upแต่งตัวเล่นประหลาดๆ เราชอบนะ และอยากส่งเสริม เด็กกำลังเล่นบทบาทสมมติ ด้วยจินตนาการ คิดสร้างสรรค์อยู่ เม่ือลูกได้คิด สมองก็ได้ทำงานและเจริญเติบโต ตามลำดับ  ไม่น่าเชื่อนะว่า การเลือกการแต่งตัวจะช่วยในเรื่องของการพัฒนาสมองได้ แต่มันเป็นเรื่องจริงค่ะ โรงเรียนทางเลือกส่วนใหญ่ มุ่งเน้นให้เด็กๆเกิดการเรียนรู้ จากการทำกิจวัตรประจำตัวหรือมีของเล่นไม่ปรุงแต่ง เช่น บล็อคไม้ ผ้าผืน ไหมพรม ( พวกของเล่นปรุงแต่งก็พวก ชุดตรวจหมอ ชุดขายของ) ให้เด็กเล่น ไม่เพิ่งแต่เสริมสร้างกล้ามเนื้อมัดเล็กมัดใหญ่แล้ว ยังให้เด็กต้องคิดว่าจะเอามาเล่นยังไง เพื่อเปิดโอกาสให้เด็กๆได้คิดเยอะๆ และสามารถต่อยอดการเล่นเป็นการเรียนรู้ได้ 


เพื่อให้ลูกได้เรียนรู้ แต่ ต้องบอกว่า พ่อแม่ต้องเตรียมกายใจอย่าให้เรื่องนี้มาทำให้อารมณ์เสียยามเช้า ในช่วงรีบเร่ง ก่อนจะไปโรงเรียน หรือทำงานสาย เพราะคุณลูกไม่เพียงแต่เสียเวลาเลือกเสื้อผ้าแล้ว ยังจะโอ้เอ้ต่อเน่ืองรามไปถึงจะเลือกกินอะไรดี และอีกมากมาย  ส่วนตัวเองนั้น จะมีวิธีบริหารความมากมายของลูกเพื่อให้ทันเวลาสั้นๆง่ายๆ คือ
1. เตรียมไว้ล่วงหน้า ยิ่งรู้ว่าลูกช้า เลือกมาก ก็ให้เวลาเค้าเยอะๆ ให้มันเลือกทั้งคืนเลยจนพอใจ แต่ต้องสัญญานะว่าจะต้องใส่ไม่เปลี่ยนใจพรุ่งนี้เช้า
2. ช่วยลดทางเลือกให้ลูก เช่น ให้ลูกเลือกในสิ่งที่เราช่วยเลือกแล้ว 1 ใน 2 หรือ 3 จะได้เร็วขึ้น
3. ให้เค้ามีส่วนในการเลือกหรือตัดสินใจตั้งแต่เริ่มต้น 
4. บอกล่วงหน้ากับลูกผลที่จะเกิดถ้าเค้าใช้เวลาเยอะเกินไป และต้องปล่อยให้มันมีผลกระทบกับเค้าจริงๆ เช่น ถ้าช้า ไปสายอดเล่นกับเพ่ือนหรืออดทำอะไรที่เค้าชอบหรือสนใจ ก็ลองให้มันสายไปเลย 
5. ช่ืนชมเวลาลูกสามารถทำได้อย่างรวดเร็วและเหมาะสม ถึงจะขัดใจแม่ไปหน่อยแต่ถ้าไม่ได้เสียหายก็ปล่อยๆไปค่ะ

ระหว่างที่ใส่เสื้อไป เราบอกฮั่นว่า ยังไงก็ต้องไปซื้อเสื้อหนารด้วยกันนะ ไม่งั้น ฮั่นจะไม่หายหวัดซักที ฮั่นบอกไป เซ็นทรัลกันมั้ย มันอาจจะมีsale อยู่ก็ได้นะ แหมเด็กบ้า รู้ทันแม่อีก 
สรุปเช้านั้น เอาเสื้อหนาวแม่มันให้ใส่ไปโรงเรียนแทน

24 jan 2013