วันอาทิตย์ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2559

DIY Halloween costume

Happy Halloween day ค่ะ



เป็นเทศกาลที่ฮั่นกับมามี้รอคอยทุกปี เพื่อจะได้สร้างสรรค์ชุดมันส์มาเล่นกัน ปีก่อนเป็น Iron man ปีนี้ ขอเป็น Enderman จากเกม mine craft


กว่าจะได้เป็นชุด ฮั่นจะเป็นคนออกไอเดียอยากเป็รอะไร มามี้จะหาแบบเป็นรูปที่น่าจะพอทำได้มาเสนอ ฮั่นจะเลือกและ approve แบบ ระหว่างทำชุด ฮั่นจะมาดูและ comment ว่าจะเปลี่ยน หรือเพิ่มลดอะไร และช่วยเล็กๆน้อยๆ ผลงานออกมาทุกครั้ง เด็กน้อยภูมิใจและแฮปปี้มาก เน้นแต่งเอามันส์ หลอกคนได้มั้ยไม่สนใจ


ลองหาโอกาสดีชวนลูกประดิษฐ์ชุด costume มาเล่นกัน ใช้ของเหลือใช้ในบ้านมาทำกัน ลดโลกร้อน อย่างชุดไอรอนแมนนี้ใช้ถุงห้างดัง กับกระดาษซองจดหมายทำค่ะ จริงๆ ชุดที่ทำกันเป็นแค่ผลพลอยได้ค่ะ เด็กๆจะได้เรียนรู้กระบวนการการทำงานร่วมกัน ต้องวางแผน แก้ปัญหาเฉพาะหน้า และเรียนรู้ว่า ถ้าตั้งใจจริง ก็สามารถทำอะไรได้ทุกอย่างค่ะ ฝันให้ไกลไปให้ถึง^^


Share ชุดHalloween ของลูกๆกันได้นะคะ เผื่อเป็นไอเดียปีหน้ากัน

พาลูกไปงานสัปดาห์หนังสือยังไงให้ช้อปสนุก คุณลูกไม่งอแง

พาลูกไปงานสัปดาห์หนังสือยังไงให้ช้อปสนุก และคุณลูกไม่งอแง ใครวางแผนจะพาเด็กๆ ไป มาดูทิปดีๆ กันได้เลยค่ะ 


1. เตรียมใจลูกๆให้พร้อมก่อนงาน เราควรบอกเด็กๆว่า จะไปเจออะไรในงาน คนเยอะๆ หนังสือๆ สถานที่กว้างๆ เด็กๆ ไม่ควรทำอะไร เช่น ไปไหนคนเดียว

สำหรับเด็กเล็กที่ต่ำกว่า 3 ขวบ แนะนำว่าไม่ควรพาไปค่ะ เพราะยังเล็กมากไม่เข้าใจการซื้อหนังสือ เสี่ยงจะไม่สบายแถมกลับบ้านอีกต่างหาก ไว้คุณแม่ช้อปหนังสือดีๆ กลับไปฝากจะดีกว่าค่ะ


2. เตรียมตัวลูก เสื้อผ้าไม่เอาชุดเจ้าหญิงเด็กๆควรมีสิ่งของติดตัวน้อยสุด เหลือแค่บัตรชื่อ-เบอร์โทคุณพ่อคุณแม่ กับเงินติดตัวนิดหน่อย อาหารทานมาให้อิ่มพอดี ติดขนมกับกระติกน้ำเล็กๆไปด้วย เพื่อเดินติดลมจะได้ไม่ต้องเสียเวลาต่อคิวซื้ออาหารและน้ำ อ้อ มีกระเป๋าผ้ามาใส่หนังสือที่อยากซื้อของตัวเอง ก็ช่วยให้แม่ไม่ต้องแบกหนักอยู่คนเดียวค่ะ


3. วางแผนการช้อป คุยกับลูกว่า จะซื้ออะไร ไม่ซื้ออะไร งบคนละเท่าไร เริ่มไปดูหนังสือลูกก่อน แล้วไปของพ่อต่อนะ ดูผังร้านจากเวบ www.pubat.or.th คิดกันก่อนไปงานเลย ว่าเส้นทางเดินดูงานจะเป็นแบบไหน วิธีนี้ช่วยจำกัดความต้องการของลูก (และพ่อแม่) ลดเวลาในการเดิน ซึ่งปัญหาลูกงอแงส่วนใหญ่เพราะเดินนาน เหนื่อยแล้วแต่ยังไม่ได้เลือกหนังสือที่อยากได้ 
ไปงานแต่เช้าๆ คนจะไม่เยอะมาก เดินสบายๆค่ะ ช่วงปิดเทอมไปวันธรรมดาคนเบาบางกว่าวันหยุดค่ะ


4. นัดแนะจุดนัดหมาย และค่อยๆเดินไปด้วยกัน เมื่อถึงงาน ให้นัดแนะตกลงสถานที่จุดนัดพบกรณีพลัดหลงกัน ชี้ให้ลูกดูจุดประชาสัมพันธ์ ห้องน้ำ โทรศัพท์สาธารณะให้จดจำ แต่ที่สำคัญ เด็กๆจะเดินไปด้วยกัน เข้าบูทเดียวกันและออกจากบูทแต่ละร้านพร้อมกัน ไม่ควรขู่เด็กให้กลัว แต่ควรบอกวิธีแก้ไขปัญหาหากพลัดหลงกัน  ที่สำคัญที่สุด แม้ลูกจะโตแค่ไหน คุณพ่อคุณแม่ก็ยังต้องมองและดูแลลูกอย่างใกล้ชิดตลอดงาน ปลอดภัยและสบายใจที่สุดค่ะ


5. พักเบรคเด็กๆ ให้พ่อแม่ไปช้อป ที่นี่ถ้าคุณลูกได้หนังสือที่พอใจแล้ว ปกติที่บ้านจะหาจุดนั่งพักให้เด็กๆเพลิดเพลินกับหนังสือของตัวเอง แล้วพ่อกับแม่ผลัดกันเฝ้าลูก ผลัดกันเดินไปดูร้านหนังสือของตัวเองค่ะ แต่จริงๆถ้าวางแผนเดินช้อปดีๆ ก็จะสามารถช้อปชิลๆไปด้วยกัน ฝึกให้ลูกรอบ้างไม่มีปัญหาค่ะ


หวังว่าจะได้หนังสือดีๆ ติดมือกลับบ้านกันมาทั้งคุณลูกและคุณพ่อคุณแม่นะคะ


====================================================

งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 44 และสัปดาห์หนังสือนานาชาติ ครั้งที่ 14 

เริ่มวัน 29 มี.ค. ถึง 10 เม.ย. 10:00- 21:00 น. ที่ศูนย์ประชุมสิริกิติ์

เฟส /www.facebook.com/bookthai


วันจันทร์ที่ 29 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

สวรรค์เล็กๆของเด็กน้อยผู้รักรถ ที่พิพิธภัณฑ์รถเก่า รถโบราณ

วันหยุดที่ผ่านมา มีโอกาสแวะไปที่พิพิธภัณฑ์รถเก่า หรือ เจษฎาเทคนิค มิวเซียม  ก่อตั้งขึ้นด้วยใจรักรถคลาสสิกของคุณเจษฎา ที่สะสมทั้งรถ รถจักรยาน มอเตอร์ไซด์ วาสป้า รถเด็กเล่น รถตุ๊ก รถสามล้อ เรือ รถบัส ไปยันรถไฟ เฮลิคอปเตอร์ และเครื่องบิน!! 

ขามาก่อนถึงตัวพิพิธฯ เมื่อเราข้ามรางรถไฟมา จะเห็นหัวจักรรถไฟไอน้ำจอดอยู่ แสดงว่ามาถูกทางแล้วค่ะ อุ่นเครื่องคุณชายทั้งสองก่อนจะไปดูรถโบราณ ฮั่นเคยมาตอนเด็กๆ สำหรับธันธัน เป็นครั้งแรก ตื่นเต้นไปหมด 


จากรถไฟ เลยไปนิดหน่อยก็จะถึงตัวพิพิธฯ ด้านหน้ามีรถบัสสองชั้นสไตล์อังกฤษจอดตอนรับทุกคน ไม่ทันได้ถ่ายรูป ชายธันก็วิ่งแจ้นเข้าไปในตัวพิพิธฯ แบบตื่นตาตื่นใจ ดูไปก็จองรถไป บอกเอาคันนี้กลับบ้าน เอาคันนี้กลับบ้าน แม่มันได้แต่บอกว่า ได้คับ "ถ่ายรูป"เอากลับบ้านเน้อ !! 





แม้จะเคยมาแล้ว แต่ความประทับใจไม่เปลี่ยนแปลง รถทุกคันอยู่ในสภาพที่ดีมาก แถมมีรถแปลกๆใหม่ๆมาเพิ่มให้ตื่นตาตื่นใจเล่น รถโบราณคันเล็กๆน่ารักมากๆ บ้างคันยังสามารถขับได้ปกติ มีได้รับรางวัลรถโบราณก็มี เด็กๆวิ่งดูกันอย่างตื่นเต้น ฮั่นถ่ายรูปรถที่ชอบ ส่วนธันธันก็วิ่งจองรถไปเรื่อย


อีกฟากหนึ่งของอาคาร เป็นที่เก็บจักรยาน มอเตอร์ไซด์ รถเด็กเก่า ฝุ่นๆนิดหน่อย แต่น่าเดินเข้าไปดู เล่าให้เด็กๆฟังว่าสมัยก่อนเด็กๆเขาถีบรถแบบนี้แหละลูก



ดูกันจุใจก็ถึงเวลากลับบ้าน ก่อนกลับเราไปแวะอีกโซนซึ่งเก็บเครื่องบิน และรถขนาดใหญ่ เช่น บัสสองชั้น รถโรงเรียนจากต่างประเทศ รถดับเพลิงสนามบิน คุณชายทั้งสองรีบวิ่งกรูไปขึ้นเครื่องบินกองทัพ แล้วขอลงตรงท้ายลำ สมมติตัวเองเป็นทหารโดดร่มอะไรงี้ รถบัสที่จอดอยู่ก็ยังใช้งานได้อยู่ค่ะ ใครได้พาลูกมาตอนวันเด็กก็จะได้ลองขึ้นกันดู 





รายละเอียดเพิ่มเติม
วันและเวลาทำการ 9.00-17.00 น. เปิดทุกวัน ยกเว้นวันจันทร์

เข้าชมฟรี

กิจกรรมอากาศยานเพื่อการเรียนรู้ กับ Jesada Airline มีทุกวันอาทิตย์ 9.00-16.00 น.
ต้องการเยี่ยมชมเป็นหมู่คณะ โปรดจองล่วงหน้าอย่างน้อย 1 สัปดาห์

เว็บไซต์ http://www.jesadatechnikmuseum.com

วันพุธที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2558

Fun & Easy DIY Christmas Card - Finger print Ideas ไอเดียง่ายๆ สำหรับสร้างสรรค์การ์ดวันคริสต์มาสผ่าน Finger Paint

รวบรวมไอเดียเก๋ๆ ง่ายๆ น่ารักๆ ที่จะทำการ์ดหรือภาพตกแต่งด้วยสี Finger paint สำหรับวัน Christmas หรือการ์ดวันปีใหม่ เด็กๆมาทำด้วยกันได้ค่ะ คราวนี้ ได้ทำศิลปะจากร่างกายของเด็กๆเองนี้แหล่ะค่ะ ไม่ต้องใช้อุปกรณ์มากมาย เน้นใช้นิ้วมือ ฝ่ามือ และฝ่าเท้ามาสร้างสรรค์งานศิลปะกัน สนุกอย่างแน่นอน  

อุปกรณ์ที่ขาดไม่ได้ก็คือ สี Finger paint กระดาษแข็งแบบสี (แล้วแต่แบบ)  ถ้าไม่มีสี finger paint สามารถใช้สี poster ได้ค่ะ แต่แนะนำเป็นสี finger paint ดีกว่า เพราะสีจะล้างออกง่าย เนื้อสีเหมาะกับการทามือ และระบายด้วยมือและนิ้ว ไม่เป็นอันตรายกับผิวหนัง และไม่มีกลิ่นฉุนเหมือนสี poster ค่ะ 

สำหรับเด็กเล็กที่คุณพ่อคุณแม่เป็นห่วงว่าลูกจะเอาสีเข้าปาก ก็จะแนะนำให้คุณพ่อคุณแม่ทำสีแบบกินได้ค่ะ คือใช้โยเกริต์แบบไม่ผสมอะไร แล้วแบ่งใส่สีผสมอาหาร ตามสีที่จะใช้ค่ะ แค่นี้ก็หมดหวังเรื่องน้องเอาสีเข้าปากได้เลยค่ะ 

Santa
เลือกกระดาษสีเขียวเป็นพื้น แล้วใช้สีขาวทาฝ่ามือ แปะลงกระดาษเป็นหนวดของซานต้า จากนั้น ตกแต่งหน้าตา หมวกให้สวยงามตามชอบค่ะ
ดูวิธีทำและการ์ดจาก finger print แบบอื่นๆจาก http://www.momalwaysfindsout.com/holiday-crafts-with-fingerprints/


   อีกแบบ ต้องใช้สองสีเวลาทาฝ่ามือเพื่อให้ได้ซานต้าค่ะ คือสีขาวทาตรงนิ้วเป็นหนวด ส่วนสีแดงทาตรงบนฝ่ามือกับนิ้วโป้งเป็นหมวกของซานต้า เติมหนวดและหน้าตาใจดี มีแก้มแดงๆ แค่นี้ก็น่ารักแล้วค่ะ ลองเลือกดูว่าชอบแบบไหนนะคะ


     ดูวิธีทำโดยละเอียด จาก http://www.craftymorning.com/santa-claus-handprint-christmas-craft/


Christmas tree & Wreath
ใช้ปลายนิ้ว จุดจุดเป็นต้นคริสต์มาส และพวงไม้ แต้มด้วยจุดแดง หรือติดกระดาษวิบวับหน่อยหนึ่ง ก็สวยแล้วค่ะ ใช้นิ้วทาสีน้ำตาลเขียนเป็นลำต้นอีกสักหน่อย ไม่ยากเลยค่ะ


รูปและวิธีทำโดยละเอียดที่ http://handsonaswegrow.com/fingerprint-christmas-cards/

หรือจะลองใช้ฝ่าเท้าเล็ก สร้างสรรค์เป็นต้น Christmas ก็น่ารักไปอีกแบบค่ะ อย่าลืมดาวบนต้นไม้นะคะ 

Snowman 
เตรียมกระดาษสีน้ำตาล กับสี finger paint สีขาว  ใช้ทั้งฝ่ามือของเด็กๆ แปะเลยค่ะ คุณพ่อคุณแม่ช่วยตกแต่งหน้าตา หมวกกับมือให้ snowman ที่นี้ก็ได้ครอบครัว Snowman น่ารักๆ แล้วค่ะ 

ลองให้เด็กๆ ช่วยคิดคำเก๋ที่จะเขียนบนการ์ดด้วยก็ดีนะคะ ยิ่งให้เด็กๆเขียนเอง การ์ดก็จะยิ่งน่ารักมากขึ้นค่ะ 


ดูวิธีทำแบบละเอียด http://factorydirectcraft.com/factorydirectcraft_blog/fingerprint-snowmen/

อีกแบบ ก็ง่ายค่ะ ใช้นิ้ววาดเป็นกลมๆ แล้วเติมหน้าตา และเครื่องแต่งกาย มี action ได้มากมาย ชวนเด็กๆคิดท่าให้ snowman ได้ตามจินตนาการเลยค่ะ ถ้าน้องๆชอบมนุษย์หิมะตัวใหญ่ อาจจะใช้หัวมันฝรั่ง ฝ่าเป็นแม่พิมพ์ ปั้มออกมาเป็นตัวใหญ่ได้ค่ะ หรือจะใช้กำปั้นของคุณพ่อ ก็ลองชวนลูกคิดดูว่าทำยังไรดี 

อ้อสีที่ไว้เขียนหน้าตา อาจจะใช้สีเมจิก หรือสีเทียนก็ได้นะคะ แต่ต้องรอให้สีที่เพิ่ง paint ลงไปแห้งก่อนนะคะ 

ดูวิธีทำแบบละเอียด http://www.craftymorning.com/diy-fingerprint-snowman-winter-craft/

ไฟประดับวันคริสต์มาส
อีกสัญลักษณ์หนึ่งของเทศกาลคริสต์มาสก็คือ ไฟประดับหลากสี เป็นอีกแบบที่ทำง่ายมาก และสนุกด้วย เพราะเด็กๆได้ใช้หลายสีค่ะ เพื่อให้สวยเด่น ให้ใช้กระดาษขาวเป็นพื้นนะคะ และเลือกสีตามใจชอบ จากนั้น ใช้ปลายนิ้วเล็กจุ่มสี แปะให้กลมๆ เว้นระยะสักหน่อย ปิดท้ายด้วยการเขียนเส้น ค่อยให้เด็กๆลากเส้นสายไฟเชื่อมกัน ถ้ากลัวไม่สวย คุณพ่อคุณแม่วาดลายด้วยดินสอไว้ก่อนแล้วให้น้องลากตามก็ได้ค่ะ แค่นี้ก็เสร็จแล้วค่ะ ดูสวย และโปรมากๆเลย


ดูวิธีทำแบบรายละเอียดที่ http://www.craftymorning.com/fingerprint-christmas-light-craft-for/

Reindeer 
สนุกกับฝ่ามือไปแล้ว มาสร้างสรรค์กวางเรนเดียร์ด้วยฝ่าเท้าเล็กๆกันดีกว่าค่ะ ชอบมากเลย เพราะมีแค่ 8 ขั้นตอนเท่านั้นเอง ถ้าทำกันทั้งครอบครัว ก็จะได้กวางตัวเล็ก กวางตัวใหญ่ ตามไซด์เท้าของคุณลูกคุณพ่อคุณแม่ค่ะ ก่อนจะทำอันนี้ แนะนำให้วางแผนการทำความสะอาดให้ดีนะคะ ไม่งั้นรอยกวางคุณลูก เต็มบ้านแน่ๆเลยค่ะ ^^ 


ดูวิธีทำ 8 ขั้นตอนในการทำ ที่ http://cutediyprojects.com/diy/creative-reindeer-footprint-craft-8-easy-steps/

นอกจากนี้ ยังมีหมวกกวางน้อย พิมพ์กันทั้งแขนเลยค่ะ ทำไม่ยากอีกเช่นเดียวกัน พิมพ์แขนกันเลยทั้งสองแขน จากนั้นตัดออกมากพึ่งให้แห้ง ก็จะได้เขากวางของใครของมัน แขนยาวก็เขายาวค่ะ เอามาประกอบร่างกับกระดาษส่วนที่เป็นหมวก คุณพ่อคุณแม่เตรียมตัดกระดาษเป็นตา กับจมูกให้เด็กๆมาแปะ แค่นี้เด็กๆ ก็ประดิษฐ์หมวกกวางเล่นกันสนุกแล้วค่ะ



 ดูวิธีทำแบบรายละเอียดที่ http://www.meetthedubiens.com/2012/12/handprint-reindeer-antlers.html


หวังว่า ไอเดียข้างต้นจะช่วงให้คุณพ่อคุณแม่ที่กำลังคิดหากิจกรรม หรือหาของขวัญของที่ระลึกว่าคริสต์มาสและเทศกาลปีใหม่นี้ ให้เด็กๆ ได้ลงมือทำ DIY card กัน มอบให้คุณปู่คุณย่า คุณตาคุณยาย หรือญาติๆ เพื่อนๆ ทำเอง ทั้งสนุก และน่าภูมิใจคะ ผลงานออกมาเป็นยังไงก็มาแชร์กันให้ดูบ้างนะคะ


สำหรับเซทสี Finger paint ปลอดภัยสำหรับเด็ก หาดูได้ที่  www.toyforbrain.com


วันอังคารที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2558

4 วิธีออกกำลังกายมือน้อยๆ ให้แข็งแรงพร้อมเขียนหนังสือ

4 วิธีออกกำลังกายมือ (Hand Exercise) กับกิจกรรมสนุกๆ รอบบ้าน
เด็กๆที่มีปัญหาเรื่องการเขียนหนังสือ  ส่วนหนึ่งมาจากที่กล้ามเนื้อมือยังไม่พร้อมต่อการจับดินสอ ทำให้ผ่อนแรงมือไม่เป็น เขียนเบาเกินบาง เขียนหนักไปบ้าง เขียนไม่ตรง หรือตามรูปตัวอักษรที่ควรจะเป็น การที่ให้เด็กๆ เขียนตัวอักษรซ้ำไปซ้ำมา ยิ่งทำให้เด็กๆที่เขียนไม่สวยไม่เก่งหมดกำลังใจค่ะ ลองมาดูแนวทางในการออกกำลังกายมือน้อยๆ แบบสนุกๆ และได้ทำศิลปะแบบเพลิน เพื่อเสริมให้ลูกมีมือที่แข็งแรง พร้อมต่อการเขียนที่โรงเรียนกันค่ะ  

1. ขยำกระดาษ Paper crumpling
ให้เด็กๆ ขยำกระดาษหนังสือพิมพ์ ใบปลิวที่ไม่ได้ใช้แล้ว ให้เป็นก้อนเล็กที่สุด และแน่นที่สุด เมื่อเด็กๆ เริ่มมีแรงมือมากขึ้น ลูกบอลจะแน่นขึ้น ให้เพิ่มความยากด้วยการใช้หนึ่งมือในการขยำ 

คุณพ่อคุณแม่สามารถชวนลูกๆทำงานศิลปะโดยใช้กระดาษสี มาขยำ แปะตกแต่งตามรูปหรือลวดลายที่วาดไว้ในกระดาษวาดเขียนแบบแข็ง เสร็จแล้วจะได้เป็นผลงานศิลปะให้เด็กๆ ภูมิใจได้ค่ะ  อ้อ เล่นเสร็จ อย่าลืมล้างมือให้สะอาดนะคะ


2. บีบฟองน้ำ Squeezing sponges
เล่นช่วงอาบน้ำ ให้เด็กๆบีบน้ำออกจากฟองน้ำ จะใช้ฟองน้ำล้างจาน หรือฟองน้ำถูตัวก็ได้ค่ะ อาจจะเพิ่มความยากด้วยฟองน้ำที่ไซด์ใหญ่ขึ้น เช่น ฟองน้ำล้างรถที่แน่นๆแข็ง บีบน้ำออกให้มากที่สุด

เพิ่มความสนุกกับการออกกำลังกายมือด้วยการชวนเด็กๆทำความสะอาดจานชามด้วยฟองน้ำกับคุณพ่อคุณแม่ 


3. ฉีดน้ำด้วยขวดแบบสเปรย
ให้เด็กๆ ฉีดน้ำ รดน้ำต้นไม้ หรือฉีดน้ำบนกำแพงบ้าน หรือในห้องน้ำ เด็กๆต้องออกแรงมือและนิ้วเพื่อบีบให้น้ำออกมา ช่วยให้มือได้ออกแรงทั้งมือและนิ้ว 

เพิ่มความสนุกและจินตนาการ โดยใส่น้ำสีเข้าไปในกระบอกสเปรย์ฉีดน้ำ ให้เด็กๆฉีดบนกระดาษทำเป็นศิลปะได้ค่ะ แต่ก่อนเล่น ต้องตกลงกันก่อนนะคะว่า ฉีดได้เฉพาะบนกระดาษ หรือที่ๆกำหนดไว้เท่านั้น เล่นเสร็จช่วยกันเก็บกันเช็ดค่ะ 


4. ตัดกระดาษตามเส้น
การใช้กรรไกรที่ถูกต้อง คือ ต้องใช้นิ้วโป้ง กับนิ้วกลาง กรณีที่ช่องจับกรรไกรใหญ่ ให้เด็กใช้ทั้งนิ้วกลางและนิ้วชี้ในการจับกรรไกร เด็กเล็กอาจจะให้ตัดแบบฟรีสไตล์ เด็กเริ่มโตหน่อย ควรมีเส้นให้เด็กๆได้ตัดตามเส้น เพื่อได้ฝึกควบคุมมือ และการทำงานของตากับมือค่ะ ทำสนุกๆไม่ต้องเครียดนะคะ ตัดกระดาษสีหลายๆสี ออกมาแปะลงกระดาษเป็นรูปต่างๆ สร้างสรรค์ตามใจ 
5


เด็กๆสามารถเริ่มกิจกรรมได้ตั้งแต่เล็กค่ะ ส่วนเด็กโตที่มีปัญหา ลองเพิ่มความยากหรือซับซ้อนในการทำกิจกรรมแต่ละอย่างอีกขั้นหนึ่งค่ะ  ยังมีกิจกรรมอื่นๆ ที่เสริมกล้ามเนื้อมัดเล็กของเด็กๆ ให้พร้อมกับการเขียน วาด และจับดินสอนะคะ ติดตามกันต่อได้ค่ะ 

เนื้อหาเรื่องการออกกำลังกายมือจาก www.ot-mom-learning-activities.com
รูปและกิจกรรม
www.soheresmylife.com
www.carrotareorange.com
www.hobomama.com
www.thingstoshareandremember.com

วันจันทร์ที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2558

Review หนังสือ โรงเรียนพ่อแม่ ตอน ผลัดใบชีวิต ของครูณา

Review หนังสือ โรงเรียนพ่อแม่ ตอน ผลัดใบชีวิต ของครูณา (อังคณา มาศรังสรรค์) พิมพ์ครั้งที่ 4 (ฉบับปรับปรุงใหม่) 


หลายครั้งที่รู้สึกว่ายังทำหน้าที่ของแม่ไม่ดีพอ เผลอปล่อยอารมณ์หรือเกรี้ยวกราดกับลูก บางครั้งก็ทำตัวไม่น่ารักกับสามี ทั้งที่พื้นฐานตัวเองไม่ใช่เป็นคนเหวี่ยงวีน เมื่อรู้สึกตัวภายหลังก็เสียใจ และอยากที่จะย้อนเวลานั้นกลับไปหยุดการกระทำของตัวเองไว้ อยากแก้ไข และตั้งใจใหม่ว่าจะไม่เกิดซ้ำ 

เมื่อโดนกระทบใจเรื่องนี้ที่ไร จุ๊บมักจะนึกถึงคำของพระไพศาล วิสาโล "ต้นไม้ยังผลัดใบได้ฉันใด ชีวิตก็สามารถสลัดความเจ็บปวดและความผิดพลาดในอดีตได้ฉันนั้น" ซึ่งเป็นคำนิยมบนหนังสือผลัดใบชีวิตของครูณา และคิดถึงข้อคิดคำสอนดีๆของครูณาในหนังสือ และจากที่เคยไปอบรมกับครู จนต้องหยิบหนังสือขึ้นมาอ่านเพื่อเตือนสติของตนเอง ทบทวนให้ใช้ชีวิตและคิดช้าลง และที่สำคัญเพื่อเพิ่มพลังบวกในการดำเนินชีวิตกับคนรอบข้างอย่างมีสติ 

หากไม่เคยอ่านหนังสือของครูณามาก่อนจะรู้จักกับครู จุ๊บคงไม่เชื่อว่า ครูจะเคยเกรี้ยวกราดดุด่ากับลูก หรือแม้กระทั่งรำคาญและมองข้ามความรักและเอาใจใส่สามีได้เลย อะไรทำให้คุณแม่ลูกสอง หญิงเก่งและแกร่งที่ประสบความสำเร็จด้านการงาน จากวิศวกรปริญญาโทมาเป็นผู้บริหารโรงเรียนที่มีชื่อเสียงมากแห่งหนึ่งในนครสวรรค์ แต่ไม่สามารถจัดการปัญหาครอบครัวได้จนเกือบหย่าร้างกับสามี กลายมาเป็นครูณาที่แสนอบอุ่นเต็มไปด้วยพลังบวก ผู้ก่อตั้งโรงเรียนพ่อแม่ลูก และมูลนิธิพื้นที่ปัญญ์รักที่มุ่งเน้นการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างเด็กและครอบครัว อยากรู้มั้ยค่ะว่าครูทำได้อย่างไร 

หนังสือถ่ายทอดข้อคิดและวิถีในการย้อนกลับมามีสติตื่นรู้กับทุกความสัมพันธ์กับลูก ครอบครัว และคนรอบข้าง ผ่านเรื่องราวจากชีวิตที่เปลี่ยนแปลงภายในของครูณา ที่ผ่านกระบวนการเรียนรู้และเยียวยาตนเอง จนเข้าใจและยอมรับกับข้อบกพร่องของตนเอง ได้เรียนรู้ที่จะให้อภัยและเปลี่ยนมุมมองทัศนคติ จนครูสามารถพลิกวิกฤตครอบครัวกลับมาได้ และได้กลับไปแก้ไขปมหรือหลุมดำในชีวิตที่มีกับคุณพ่อให้คลี่คลาย คืนความอบอุ่นกลับมาสู่ครอบครัว จนสามารถเผยแพร่ความรักให้กับเด็กๆและครอบครัวต่างๆได้ 

ข้อคิดดีๆ จากหนังสือ "ชีวิตของเรามีพื้นที่ขาวมากกว่าจุดดำ แต่ใจเราต่างหาก ที่เฝ้ามองแต่จุดดำ จนทำให้โลกทั้งใบของเราดำไปหมด" "ยิ่งแสวงหาความสมบูรณ์แบบ ชีวิตเรายิ่งพร่อง ยิ่งเราพอใจในชีวิตที่มีและเป็น ชีวิตเรากลับเต็ม" ส่วนที่ประทับใจที่สุดในหนังสือคงไม่พ้นเรื่องการเลี้ยงลูกค่ะ ครูณายังถ่ายทอดแนวคิดการเลี้ยงลูกด้วยจิตตื่นรู้ มีสติ ไม่ด่วนตัดสินลูก เปิดใจรับฟังลูกด้วยใจ เปิดโอกาสและพื้นที่ให้ลูกคิดและเรียนรู้ 

ครูณาเป็นอีกคนค่ะที่ให้ทำโฮมสคูลให้ลูกแบบ unschooling คือไม่สอน ไม่สั่ง แต่ส่งเสริมลูกในสิ่งที่อยากรู้และอยากเรียน และยังมีเรื่องต่างๆที่สะกิดใจพ่อแม่ให้ย้อนคิด และมีสติกับลูกในปัจจุบัน ทำให้พ่อแม่มีความสงบสุขและมั่นคงกับการเลี้ยงลูก เพราะไม่มีใครที่เป็นแม่ที่สมบูรณ์แบบ แม้ผิดพลั่งพลาดมาเริ่มใหม่ เพราะเราสามารถเป็นพ่อแม่ที่สร้างความสุขและร่มเย็นให้กับลูกได้อย่างแน่นอนค่ะ 

แม่จุ๊บ 

วันพฤหัสบดีที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2558

คุยกับลูกเรื่องความรู้สึกแบบง่ายๆ ผ่าน Inside Out

"ตัวแดงมามี้กำลังจะระเบิดละน่ะ รีบๆอาบน้ำเร็ว" นี่เป็นบทสนทนาที่จริงจัง แกมขำ แต่ได้ผลดีจริง ไม่ทำให้ลูกงอแง แต่ทำตามแม่บอก อย่างขำๆ ส่วนอีแม่ก็ไม่ต้องโมโหที่ลูกอืดอาด บรรยากาศในบ้านมันเปลี่ยนไป เมื่อแม่ลูกคุยและบอกความรู้สึกตรงๆกันมากขึ้น หลังจากได้ดู Inside Out 

เพิ่งได้มีโอกาสได้ดูนั่งดู Inside Out กับลูกๆ หลังจากเห็นคำชื่นชมเกี่ยวกับหนังจากบรรดาเพื่อนๆ และสื่อต่างๆ พอเคลียร์งานได้ว่างๆ คืนนั้น อยู่กันสามคนแม่ลูก (ปะป๊าไปงานแต่งเพื่อน) แม่ลูกช่วยกันจัดบนเตียงเป็น super honeymoon seat เอาโน้ตบุ๊คปะป๊ามาเปิดดู (ห้องนอนไม่มีทีวี) แล้วสามแม่ลูกก็เพลิดเพลินไปกับ movie of the night!!


หนังสนุก เด็กๆหัวเราะตลอดเรื่อง ขนาดธันธันยังขำใหญ่เลย เข้าใจเรื่องหรือเปล่าไม่รู้ หนังเดินเรื่องผ่านอารมณ์และความรู้สึกทั้ง 6 ในหัวของไรลีย์ สาวน้อยแสนร่าเริงวัย 11ปี ที่มีจุดเปลี่ยนในชีวิตที่ต้องย้ายบ้านข้ามรัฐกันเลย จากมินิโซต้าเมืองหิมะเล่นฮอคกี้ได้หลังบ้าน มาอยู่เมืองร้อนบ้านเล็กที่ซานฟรานซิโก ความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่นี้ทำให้สาวน้อยเปลี่ยนไป ความรู้สึกทั้ง 6 ก็ปั่นป่วนไปด้วย จะทำอย่างไรให้สาวน้อยไรลีย์กลับมามีความสุข เป็นเด็กร่าเริงสดใสเหมือนดังเดิม 

คนทำหนังเก่งมากที่สามารถแปลงนามธรรมอย่าง อารมณ์ความรู้สึก ถ่ายทอดออกมาเป็น 6 ตัวการ์ตูน ผ่านสี รูปร่าง บุคลิก และอุปนิสัย 
Joy หรือลั้นลา  เธอเป็นสีเหลือง ร่าเริง กล้าหาญ เต็มเปี่ยมไปด้วยพลัง และความสุข จนบ้างครั้งละเลยเหตุผล
 Sadness หรือเศร้าโศก ตัวอ้วนเตี้ย ตัวสีฟ้า blue ไม่มีแรง หน้าโศกมาก แต่มีความมีเหตุผล ไม่ด่วนใจร้อนตรงข้ามกับ joy อย่างสิ้นเชิง
Fear หรือ กลั้วกลัว ตัวสีม่วง ตาโตตัวลีบ ลุกล้น ตื่นตะหนกตกตื่นตลอดเวลา ถึงจะกลัวโน้นนี้ แต่กลั้วกลัวคอยระมัดระวัง ใส่ใจรอบด้านเพื่อความปลอดภัยของตัวเรา
Disgust หรือ หยะแหยง ชีเลิศขนตายาว ตัวเขียว เนี้ยบทุกกระเบียดนิ้ว คอยพิจารณาว่าอะไรดีอะไรเหมาะกับไรลีย์ทั้งร่างกายและสังคม 
Anger หรือโกร้ธโกรธ ตัวสีแดง ร่างเล็กๆแต่หน้าโหด นักเลงมาก เมื่อโกรธจัดหัวไฟลุก นอกจากที่จะแสดงความโมโหโกธา โกร้ธโกรธเป็นตัวแทนความรักความเป็นธรรม รักษาสิทธิ์ของตน


หนังยังทำให้เด็กๆและผู้ใหญ่อย่างเราเข้าใจการทำงานของสมอง เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างความทรงจำ พฤติกรรมและอุปนิสัยของคนเรา ว่าทำไมหรือจากเหตุการณ์ใดในชีวิตทำให้เรามีนิสัยใจคอแบบในปัจจุบันดี  เออ จะบอกว่ามันยากมากที่จะอธิบายเรื่องพวกนี้ให้ผู้ใหญ่เข้าใจได้ แต่ดูหนังเรื่องนี้จบเลย เห็นความเชื่องโยงเป็นรูปธรรมแบบปอกกล้วยเข้าปากสุดๆ

หนังใช้สัญลักษณ์รูปแทนส่วนลึกในสมองของเราได้น่ารัก เข้าใจง่าย ความรู้สึกผ่านความทรงจำในแต่ละวันกลายเป็นลูกแก้วกลมมีสีสันตามที่เรารู้สึก ถูกจัดเก็บไว้ในโซนความทรงจำระยะยาว หากเหตุการณ์ไหนสำคัญ จะถูกเปลี่ยนเป็นความทรงจำหลัก ความทรงจำหลักจะส่งผลให้เกิดอุปนิสัยพื้นฐานของเรา ใช้เป็นเกาะต่างๆ แทนนิสัยของเรา island of personality ภายในเกาะจะสะสมสิ่งที่อยู่ในความทรงจำเกี่ยวกับเรื่องนั้น ยังมีหลายๆส่วนในสมองที่หนังตีความออกมาเป็นการ์ตูนได้อย่างน่ารัก น่าชัง (มีเสียดสีบางส่วน) ฮั่นชอบตอนที่ศูนย์สั่งการกลายเป็นน้ำแข็งไปหมด เพราะไรลีย์ดูดน้ำแข็งเร็วเกินจนจี๊ดขึ้นหัว

หนังจบแล้ว ถามฮั่นว่าดูแล้วเข้าใจมั้ยเนี่ย ฮั่นหัวเราะบอกขำตัวแดงมาก แล้วก็คุยแต่ตอนที่ตัวแดงโกรธว่ามันฮาขนาดไหน ธันก็พูดตาม ขำตาม จาก feedback ลูก ลองถามหลานสาววัย ป.3 เขาบอกว่า มันเกี่ยวกับสมอง ความโกรธ แต่ไม่ได้อธิบายอะไรได้มากมาย บอกได้ว่า ในตัวหนูมีตัวนี้ตัวโน้นอยู่ เราจึงเข้าใจว่า เด็กๆไม่ได้เข้าใจอะไรลึกซึ้งเกี่ยวกับความเชื่อมโยงต่างๆ มากอย่างที่เราเขียนเอ่ยมาข้างต้น  เด็กได้มีประสบการณ์ที่สนุกกับหนังอีกเรื่องที่แปลกๆดี ที่ไม่มีพระเอก นางเอก ตัวร้าย ฉากต่อสู้ หรือลุ้นตื่นเต้นมากมาย สิ่งที่ได้นอกเหนือจากความสนุกของหนัง เด็กๆ ได้เห็นและเข้าใจความกลัว ความโกรธ ความหยะแหยง ความเศร้าหรือความสุขภายในตัวของเด็กๆเอง เป็นตัวเป็นตนอย่างชัดเจน มันทำให้หลังจบจากหนัง ต้องหาเรื่องต่อยอดจากหนังต่อ

เราเริ่มใช้ตัวแสดง หรือสิ่งต่างๆจาก inside out มาประกอบคำถาม คำอธิบายหรือบทสนทนาให้ฮั่นเข้าใจมากขึ้นถึงความรู้สึกของตัวเอง หรือของพ่อแม่ เช่น เวลาฮั่นโกรธธันธันมาก แทนที่เราจะถามฮั่นว่าโกรธมากใช่มั้ย เราจะคุยกับฮั่นแบบขำว่า ตัวแดงทำงานอยู่ใช่มั้ย ฮั่นก็จะแอบขำลืมโกรธไปแป๊บ ช่วยลดอารมณ์ที่เดือดกับน้องได้ระดับ และคิดว่า ฮั่นคงจะนึกได้ว่า เมื่อ anger นำทีมทีไร เรื่องแย่ๆมักจะเกิดขึ้นทุกที  

เวลาฮั่นโกรธปนเสียใจหลังจากน้องมาทำลายผลงานต่อเลโก้ ฮั่นร้องไห้ เราจะคุยกันถึงตัวสีฟ้า โศกเศร้า ที่ร้องไห้แล้วจะรู้สึกดีขึ้น ไม่น่าเกลียดอะไรที่เด็กผู้ชายจะร้องไห้ 

หรือเวลาที่ฮั่นโอ้เอ้ ให้แม่รอนาน เราก็จะบอกฮั่นว่า ตัวแดงมามี้จะระเบิดแล้วนะ ฮั่นก็เข้าใจว่าแม่เริ่มโกรธ แบบตลกๆขำๆกันทั้งคู่
 
แอบแซวฮั่นว่า ความทรงจำของฮั่นไม่มีสระอิ สระอี ใช่มั้ย เลยลืมประจำเลย ฮั่นพยักหน้าบอก ใช่ แล้วได้แต่หัวเราะ ฮั่นตอบกลับว่า ฉันเพิ่งโยนความจำเนื่อง สระอา ทิ้งไปเหมือนกัน  555