แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ลูกพูดช้า แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ลูกพูดช้า แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

ลูกๆบ้านไหนที่พูดช้า เกินสองขวบแล้วยังไม่พูดเป็นคำ มีทิปฝึกพูดมาฝาก

ลูกๆบ้านไหนที่พูดช้า เกินสองขวบแล้วยังไม่พูดเป็นคำ วันนี้มีทิปฝึกพูดมาฝากค่ะ 

เจ้าตัวเล็กที่บ้านสองขวบสองเดือนแล้ว พูดออกเสียงได้แค่ตัวมอ กับจอจาน ส่วนคำอื่นจะออกเสียงเป็น ออ กับภาษาเอเลี่ยน จนเริ่มกังวลค่ะ ใครที่ไม่เคยมีลูกพูดช้าอาจจะไม่เข้าใจว่า พ่อแม่กังวลมากแค่ไหน การรอคอยให้ลูกพูดได้เนี่ย มันต้องใช้ความอดทนมากเลยค่ะ ยิ่งเห็นเด็กในวัยเดียวกันพูดได้คล่อง ร้องเพลง น่ารัก เรายิ่งร้อนรนมาก ไม่แน่ใจว่า ทำไมลูกถึงยังไม่ยอมพูด เมื่อเห็นว่า ลูกอาจจะขาดหรือพร่องทักษะในการพูด เราพ่อแม่มีหน้าที่สร้างและเสริมให้ลูกเป็นไปตามพัฒนาการของวัยเขาอย่างเหมาะสมค่ะ



เราได้รู้จักคุณครูฝึกพูดเด็กท่านหนึ่ง ซึ่งช่วยประเมินน้อง และให้คำแนะนำที่มีประโยชน์มากๆสำหรับฝึกลูก เบื้องต้นครูบอกว่าน้องปกติดี แต่ต้องฝึกบริหารปากและลิ้น ให้วิธีฝึกหลักๆกับคุณแม่มา ครูว่ายิ่งฝึกเร็วก็ยิ่งดีค่ะ และบอกว่าให้เวลาถึงสองขวบครึ่ง ถ้ายังไม่ดีขึ้น แนะนำให้ไปฝึกพูดกับนัก

การฝึกพื้นฐานให้ลูกพูดได้ มี 4 ข้อค่ะ 
1. ฝึกเป่า ให้ลูกเป่าลม เพื่อให้มีแรงออกเสียง 
2. ฝึกลิ้น ขยับลิ้น แลบลิ้น เพราะภาษาไทยใช้ลิ้นเยอะ เด็กพูดช้า พูดไม่ชัดต้องฝึกค่ะ
3. ฝึกการขยับปาก ให้ทำปาก 3 เสียงให้ได้ คือ อา อี อู หากรูปปากไม่ถูกต้อง จะทำให้พูดไม่ชัดหรือออกเสียงไม่ถูกต้อง
4. สอนคำศัพท์ เพื่อให้เด็กมีคำศัพท์เยอะๆ เพราะบางครั้งไม่พูดเพราะไม่รู้ว่าจะเรียกอะไร

ย้ำว่าพื้นฐานด้านบนต้องทำเป็นประจำ ทุกวัน เพื่อให้เด็กมีปาก ลิ้นที่พร้อมในการพูด และมีศัพท์เพื่อพร้อมใช้สื่อสาร ให้ใช้เพียงภาษาเดียวก่อน คือ ภาษาไทย ให้เด็กมีภาษาแม่เกาะให้ได้ก่อน ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเด็กแต่ละคนมีความสามารถไม่เท่ากัน บางคนรับและถ่ายทอดได้หลายภาษาในเวลาเดียวกัน แต่บางคนอาจไม่พร้อมค่ะ 

ครูเสริมเทคนิคอีกด้วยค่ะว่า เวลาพูดกับลูกต้องชัดเจน เข้าใจง่าย พูดให้ตรงกับสิ่งที่ต้องสื่อหรือทำ ให้กลับไปทดลองหาวิธีที่เหมาะกับลูกเรา จดบันทึกผลและกลับมาทบทวนค่ะ

ในช่วงเวลา 2 เดือน จุ๊บทดลองหลายวิธีเลยเพื่อให้ลิงวัย terrible two ทำตามด้วยความสนุก สรุปกิจกรรมได้ประมาณนี้ค่ะ

การฝึกเป่า เป่าทุกอย่างเลย เริ่มจากง่ายๆ เช่น กระดาษทิชชู สำลี ไปจนหนังยาง และเทียน แต่ธรรมดาไป 
- เป่าพุง ลูกชอบเป่าพุงแม่มาก เป่าได้จะมีเสียงเหมือนตด สลับกันเป่า ขำฮามากค่ะ
- เป่าซุปหรือของร้อนๆ ถ้าไม่เป่า อดกิน
- เป่าที่สนุกที่สุดกลับเป็น เป่าน้ำค่ะ จุ๊บใช้กรวยกรอกน้ำ เอาด้านกว้างลงน้ำแล้วเป่าค่ะ ฟองน้ำระเบิดบูม มันส์มาก อยากทำตามทันที แต่เด็กมีโอกาสดูดน้ำเข้าไปนะคะ ต้องสอนให้เค้าเป่าไม่ใช่ดูดค่ะ

การฝึกลิ้น 
- เลียไอติมหรือของกิน ให้ลูกเลียไอติมแล้วค่อยๆเลื่อนออกมาเรื่อยๆ หรือโยกซ้ายขวาเพื่อให้ลูกยืดและบริหารลิ้น 
- เอาน้ำผึ้ง เม็ดข้าว หรือจะใช้ของกินที่ลูกชอบมาติดที่ริมฝีปาก ให้ลูกใช้ลิ้นเลียเข้าปาก สามารถฝึกได้ช่วงทานอาหารค่ะ เนียนๆสนุกดีค่ะ
- ทำลิ้นรัวๆ และเคลื่อนไหวท่าแปลกให้ลูกดูและทำตาม เล่นกันหน้ากระจกจะสนุกมากค่ะ
- แข่งแลบลิ้นยาว ใครแลบได้นานชนะ

การฝึกรูปปาก
- สอนที่ละเสียง วันหรือสัปดาห์ละเสียงหนึ่ง เด็กได้ไม่สับสน
- สอนพูดเวลาเล่นกันหน้ากระจก ให้ลูกเห็นปากเราชัดๆ หรือถ้านั่งสอน ให้นั่งอยู่ในระดับเดียวกับลูก
- ใช้ของเล่นหนึ่งชิ้นต่อหนึ่งเสียง เช่น เวลาไถรถ แม่ก็จะทำเสียง วี่วี่ ให้ลูกเห็นปาก และให้ลูกลองออกเสียงตาม 
- ชอบเล่นตอนอาบน้ำค่ะ หลังจากเกมเป่าน้ำ เราต่อด้วยการร้องเพลงออกเสียงได้ค่ะ 

การสอนศัพท์
- พาไปเห็นของจริงๆ เวลาสอนศัพท์ เชื่อมโยงศัพท์กับสิ่งที่เห็น ช่วยให้เด็กจดจำได้ง่ายและน่าสนใจกว่าพูดลอยๆ เช่น ชี้นก สอนเรียก นก แล้วถ้าเรียกเป็นแล้ว
- ใช้ของเล่นหรือแฟรชการ์ดหรือสิ่งของที่จะสอนคำศัพท์เอาของมาใกล้ๆปาก พูดให้เห็นปากเรา
- เรียกสิ่งรอบตัวลูก สิ่งที่เจอตั้งแต่ตื่นนอนจนหลับ ชี้ชวนให้ดูและพูดตาม ใส่ข้อมูลเยอะๆ
- ที่ขาดไม่ได้เลย คือ อ่านนิทาน อ่านหนังสือให้ลูกฟังค่ะ เราสามารถเปลี่ยนคำในเรื่องให้มันง่ายลง ให้เขาฟังเข้าใจ

กิจกรรมด้านบน เน้นว่าต้องทำเป็นเกมหรือเล่นสนุกกัน เพื่อไม่ให้ลูกรู้สึกว่าโดนสั่งหรือบังคับให้ทำ คุณพ่อ คุณแม่สามารถฝึกลูกได้ตลอดเวลาค่ะ หากสามารถจัดตารางเวลาที่แน่นอนเพื่อฝึกจะดีที่สุดค่ะ 

นอกจากนี้ พยายามพาเด็กพูดช้า เข้ากลุ่มเด็กๆบ่อยๆค่ะ เพราะเขาดูและทำเลียนแบบเพื่อน เด็กจะฟังเสียงเด็กด้วยกันได้ดีกว่าเสียงผู้ใหญ่นะคะ ถ้ามีพี่ ให้พี่ๆที่พูดชัดๆ สอนน้องพูดได้ค่ะ ได้ผลดีที่เดียวเลย

เพียงสองเดือน ลูกพูดออกเสียงอื่นได้เพิ่มขึ้น สามารถพูดเป็นประโยคยาวๆ จากที่พูดเป็นคำๆ สามารถบอกสี ชื่อสัตว์ ยี่ห้อรถ และศัพท์ยากๆ ได้ ถ่ายทอดความต้องการและความรู้สึกของตัวเองผ่านคำพูดได้ แต่ยังพูดไม่ชัด และมีภาษาเอเลี่ยนอยู่เล็กน้อย ยังไงก็มั่นใจค่ะยังไงลูกต้องพูดได้แน่นอนค่ะ 

ใครมีไอเดียดีๆ แลกเปลี่ยนกันได้ค่ะ

วันพุธที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

รีวิวหนังสือ: สูตรสำเร็จ ฝึกลูกพูดเก่ง

สูตรสำเร็จ ฝึกลูกพูดเก่ง


ข้อมูลหนังสือ
ผู้เขียน    สองขา
จำนวนหน้า            151 หน้า
สำนักพิมพ์             : รักลูก
เดือนปีที่พิมพ์        : 11/2009

คำชวนอ่าน (ปกหลัง)
ปัญหาทักษะการพูด ใครว่าเรื่องเล็ก ถ้าเด็กไม่พูด พูดช้า พูดน้อย พูดไม่ชัด พูดเร็ว พูดไม่เป็นภาษา พูดดัง พูดเบา พูดมาก พูดติดอ่าง พูดสลับคำ พูดสื่อความหมายได้ไม่ตรงกับที่ใจนึก ฯลฯ
อย่ารอช้า! สิ่งสำคัญคือท่าทีในการมองปัญหาของพ่อแม่และวิธีปฏิบัติที่สอดคล้องกับปัญหานั้น อย่าลืมว่าภาษา การพูด การสื่อสาร เปรียบเสมือนกุญแจดอกใหญ่ของเด็กที่จะสื่อความคิด แสดงความต้องการของตนเอง และสามารถสื่อสารเพื่ออยู่ร่วมกับคนอื่นในสังคมได้ ถ้ารากฐานในทักษะด้านภาษาไม่ดีพอ ก็ยากที่จะทำและเรียนรู้ในทักษะใหม่ๆ

รูปแบบการนำเสนอ
หนังสือไม่หนามาก เนื้อหาไม่แน่นจนอึดอัด แต่ก็ให้ข้อมูลครบเรื่องการพูดของลูก สีสันสดใส อ่านแล้วไม่เบื่อ มีรูปประกอบน่ารักๆ
มีที่จดบันทึก ใต้การทำกิจกรรมต่างๆ ที่หนังสือนำเสนอ รวมทั้ง ท้ายเล่มมีที่ให้จดบันทึกลูกรัก เกี่ยวกับพัฒนาการ และปัญหาของลูก สามารถเขียนหรือเอาไปดัดแปลงใช้ได้


ความเห็นส่วนตัว
หยิบเล่มนี้มาอ่านตอนไปสัมมนา (อีกแล้ว) เพราะช่วงนี้ธันธันก็ขวบสี่เดือนแล้ว แต่ยังไม่ยอมพูดสักคำ คำที่เคยพูดได้ก็เลิกไม่พูดอีกแล้ว ถึงยังไม่พูดแต่ธันธันฟังเข้าใจและทำตามที่สั่งหรือบอกได้  เล่มนี้เคยอ่านไปตอนฮั่นเด็กๆ เพราะฮั่นพูดช้าเหมือนกัน บอกเลยว่าจำเนื้อหาไม่ได้แล้ว มามี้เลยขอย้ำความเข้าใจเกี่ยวกับพัฒนาการพูด และแนวทางในการส่งเสริมลูกน้อยในการพูดอีกสักที

“สองขา” ผู้เขียนก็เป็นคุณแม่ที่มีลูกพูดช้า ต้องไปเรียนกับครูฝึกพูดอยู่หลายปี ได้เขียนหนังสือเล่มนี้เพื่อแบ่งปันประสบการณ์และความรู้ที่ได้จากชีวิตจริงในการสอนและพัฒนาการสื่อสารของเด็ก การถ่ายทอดของเนื้อหาเลยเข้าใจง่าย และเป็นกฎเกณฑ์หรือข้อบังคับมากเกินไป ผู้เขียนเริ่มหนังสือ ปลุกใจพ่อแม่ ไม่ใช่ ให้พ่อแม่เข้าใจว่า “ใครๆก็สื่อสารได้” ลิงก็ยังทำได้ ทำไมลูกเราจะทำไม่ได้ งั้นมาเข้าใจถึงที่มาของการสื่อสาร และพัฒนาการทางภาษาของเด็กที่ควรจะเป็น ชอบที่ผู้เขียนเน้นว่าเด็กแต่ละคนไม่เหมือนกัน พี่น้องกันก็อาจมีพัฒนาการต่างกัน อยู่ที่เรา พ่อแม่จะสังเกต ส่งเสริม และแก้ไขให้ลูกในแต่ละปัญหายังไง เรื่องของพัฒนาการ

ว่าแล้ว ก็กะว่าจะตั้งใจอ่านตั้งแต่ต้นจนจบ เพราะตอนสมัยฮั่น จำได้ว่าเราแอบเปิดดูบท “แนวทางในการแก้ไข” กับ “ฝึกลูกพูด” ไปเลย เพราะอยากรู้แต่วิธีแก้ไขด่วนๆ แต่ก็ไม่ค่อย get ว่าเพราะอะไร เอาละมาตั้งใจแล้วกลับมาอ่านต่อ ค่อยๆเป็นค่อยๆไป กว่าสัมมนาจะเริ่ม สรุปอ่านแป๊บเดียวไม่ถึงชั่วโมงก็จบ

พอเข้าใจพัฒนาการในการสื่อสารของเด็กแล้ว ผู้เขียนได้อธิบายปัจจัย 5 ประการ ที่ทำให้คนเราพูดสื่อความหมายได้รู้เรื่อง นั้นก็คือ หู สมอง ปาก สิ่งแวดล้อม และสิ่งเร้า  โดยอธิบายปัจจัยแต่ละประการอย่างละเอียด เชื่อมโยงกับการสื่อสารของเด็กตามวัย สอดแทรกเคล็ดลับและตัวอย่างที่พ่อแม่ควรทำเพื่อช่วยลูกให้พูดสื่อสารได้ตามวัย


หลังจากเข้าใจองค์ประกอบของการสื่อสารแล้ว ผู้เขียนอธิบายเรื่องปัญหาในการพูดของเด็กที่พบได้บ่อยๆ ซึ่งก็ตามคำปกหลังด้านบน แล้วก็ค่อยๆ ไล่แนวทางในการแก้ไขในแต่ละปัญหา และ ยกกิจกรรมที่ใช้ “ฝึกลูกพูด” มีรูปประกอบให้เห็นภาพด้วย  ซึ่งพ่อแม่ต้องดูวัยของลูกแล้วลองนำไปประยุกต์ใช้ดูนะคะ ส่วนตัวเริ่มจากการฝึกธันธันแบบง่ายๆ เพราะธันยังไม่มีสมาธิพอจะนั่งฟังหรือทำตามที่สั่งมากนัก เราเอาวิธีการสอนแบบ “รูปธรรม” คือ สอนจากของจริง และฝึกแบบเริ่มจากสิ่งที่ลูกสนใจ เพื่อให้ธันธันชอบ และให้ความร่วมมือ บวกกับต้องทำให้สนุกสนาน เพราะวัยขวบกว่านี้ เกรียนมาก ไม่พอใจหรือเบื่อก็เดินหนีไปเล่นอย่างอื่นๆ ทิ้งแม่ไปไม่ให้สุ่มให้เสียงได้

อย่างที่ผู้เขียนกล่าวในบทนำว่า
               “ไม่มีไม้เท้ากายสิทธิ์ในชีวิตของพ่อแม่ที่จะแตะโน่น ปิ๊งนี่ แล้วลูกเราจะเป็นไปได้อย่างใจนึก หรือได้ผลดีทันตาเห็น เพราะกว่าที่เด็กคนหนึ่งจะได้เรียนรู้ ต้องอาศัยทั้งเวลา และความอดทน ...

มามี้จะคอยวันที่ธันธัน พูดกับมามี้ นอกจากคำว่า “แหม่ม แหม่ม” (กินนม) เป็น “I Love You”
มามี้จะอดทนและฝึกฝนกันต่อไป

ระดับความน่ามีครอบครอง
สำหรับพ่อแม่ที่คิดว่าลูกตัวเองมีปัญหาเรื่องการพูด หรือสื่อสาร อาจจะเป็นหนังสือเริ่มต้นทำความเข้าใจการสื่อสารที่ดีค่ะ แต่ถ้าลูกมีปัญหามาก คิดว่าหนังสือยังไม่ตอบโจทย์การแก้ปัญหาในเชิงลึก เพราะหนังสือเสนอเน้นหาครอบคลุมทุกโรค อาจจะดีกว่าที่จะไปหาหมอ หรือหาหนังสือเฉพาะทางค่ะ