วันเสาร์ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

ห้องสามสายชวนเที่ยวทริปสีสันตะวันออก จันทบุรี Chantaburi trip May 2014 -ตอน1

ทริปสีสันตะวันออก จันทบุรี  
10 - 13 พ.ค. 2014 

บังเอิญหรือฟ้าเป็นใจที่แม่แอนและพ่อๆแม่ๆหลายคนได้ฟังโปรโมททัวร์เที่ยวเมืองจันท์จากรายการวิทยุของอาจารย์วีระ และนั้นก็เป็นที่มาของทริปสีสันตะวันออก 

ทริปรวมทีมได้ทั้งหมด 9 บ้าน มี ใบบอน ป๋อ ภูมิ มณี ฮั่น ก่อ มายด์ แทนใจ model ผู้ใหญ่21 เด็ก 15   ส่วนบ้านเอื้อง มาแจมตอนวันอาทิตย์แบบมาเช้าเย็นกลับ สมาชิกทริปครั้งนี้ มีตั้งแต่ลูกเล็กเด็กแดงวัยขวบกว่าอย่างชบากับธัน วัยซ่าของห้องสามสาย ยังมีแม่โบท้องแก่ และผู้อาวุโสประจำทริปอย่างอากงอาม่าของใบบอน จนมีใครบอกว่า ทริปนี้ขาดแค่ คนพิการ กับพระสงฆ์เท่านั้น อิอิ




ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณพี่ปู เจ้าถิ่นเมืองจันท์ ที่ช่วยติดต่อเรื่องที่พัก สวนผลไม้และศูนย์กระจายผลไม้ที่ให้เราได้เข้าไปชิมไปชมกัน  ที่สำคัญต้องขอบคุณและขอมอบเครดิตให้กับแม่แอนที่ทั้งจัดหารถบัสแสนสบาย ติดต่อที่พักโฮมสเตย์ และยังต้องเป็นเนบอกทางคนขับตลอดเวลา ขอบคุณ GPRS จากมือถือของพ่อหวัง และแม่แอนที่นำทางเรามาตลอดทาง
ส่วนตัวเอง ใช้สิทธิแม่ลูกอ่อน ขอติดต่อแต่ร้านอาหารเท่านั้นครับ  

โปรแกรมการเดินทางของทริปสีสันตะวันออกในตอนแรกวางกันไว้คราวๆว่าจะไปไหนบ้าง แต่ก็มีปรับเปลี่ยนกันตามสถานการณ์ และสภาพของสมาชิกทริป

วันเสาร์ 
08:00
น. พร้อมกันที่จุดนัดหมาย ร.ร.รุ่งอรุณ  เด็กๆตื่นเต้นทีเดียว เพราะเป็นครั้งแรกที่ได้นั่งรถรวมกันเยอะขนาดนี้ สมาชิกทริปรักษาเวลาดีมากไม่เกิน 8:30 น. ล้อหมุนออกเดินทางมุ่งหน้าสู่จันทบุรี มี 2 บ้านที่ต้องขับรถตามมาสมทบ  น่าสงสารพ่อแจนคนออกไอเดียให้เช่ารถบัสแต่อดนั่งรถบัสมาด้วยกัน เพราะติดธุระช่วงเช้า 


ตอนแรกกะว่าน่าจะแวะระยองกันก่อน แต่เมื่อเห็นสภาพคนขับแล้วตัดสินใจว่าไปกินข้าวก่อนดีกว่า เพราะขับรถช้ามาก  แล้วยังไม่รู้จักทางอีก จนแม่แอนกับพ่อหวังต้องช่วยกันเปิด google map เพื่อไปให้ถึงร้านก๋วยเตี๋ยวหมูเลียงพระยาตรังให้ได้ หนังที่เปิดให้เด็กๆดูเริ่มจบ เด็กเริ่มโวยวายเมื่อไรจะถึงซะทีกันตามประสา ระหว่างลุ้นว่าจะหาร้านเจอมั้ย เราก็โทรไปสั่งก๋วยเตี๋ยวกว่า 30 ชาม (เปิดรับออเดอร์ตั้งแต่ออกนอกกรุงเทพ) ไว้ก่อนล่วงหน้าตามคำแนะนำของเจ้าของร้าน  กว่าจะถึงร้านก็บ่ายโมงหิวกันมากมาย สมกับเป็นร้านดังประจำจังหวัดจริงๆ บ่ายโมงแล้วคนยังแน่นร้านก๋วยเตี๋ยวอยู่เลย ทางร้านบอกแต่แรกแล้วว่าไม่ได้กันโตให้เพราะเป็นวันหยุด แต่เพราะร้านบริหารค่อนข้างดี ไม่นานก็ได้ที่นั่งโต๊ะใกล้ๆกัน โชคดีที่สั่งเอาไว้ก่อน เจ้าของร้านควบคุมการจัดคิวอาหารขั้น professional มาก แป๊บเดียวก๋วยเตี๋ยวลงแบบเรากระจายตามโต๊ะไม่ทันเลย ก๋วยเตี๋ยวหมูเลียงรสชาติกลมกล่อม คล้ายกับก๋วยเตี๋ยวหมูตุ๋นแต่ต่างที่น้ำซุป หรือเพราะหิวตาลายก็ไม่รู้ แต่ละบ้านก็สั่งเพิ่มกันคนละอีกชาม ขนมถ้วยก็อร่อยและหมดเร็วมาก ยังมีเครื่องดื่มน่าสนใจให้สั่งมาลองชิมกัน ไม่มีภาพจริงๆเพราะทั้งหิวทั้งวุ่นวายกันตามประสาเที่ยวแบบครอบครัว แต่ลองเข้าไปดูรีวิวจากเวบนี้นะคะ 
http://www.tinyzone.tv/TravelDetail.aspx?ctpostid=2406


กินอิ่มยังช็อปขนมในร้านมาคนละอย่างสองอย่าง ทุเรียนทอดอย่างงี้ กว่าจะกินเสร็จก็บ่ายสองโมงกว่า อิ่มท้องแล้วเรามุ่งหน้าต่อไปเช็คอินที่โรงแรมเจ้าหลาวคาบาน่า ตามแผนที่วางไว้กะว่าจะไปศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบนและชมศูนย์ศึกษาธรรมชาติป่าโกงกาง แต่เมื่อดูจากแววตาของเด็กๆที่อยากเล่นน้ำ โปรแกรมนี้เลยยกเลิกไปโดยทันที 

เข้าที่พักเสร็จ แต่ละบ้านก็มาเจอกันที่ชายหาดโดยมิได้นัดหมาย หาดทรายหน้าโรงแรมนิ่มและสะอาดมาก น้ำทะเลใส เด็กๆเล่นกันมันส์สุดๆ พวกเด็กเล็กก็เล่นก่อทรายกันแบบเด็กน้อย พวกเด็กซ่าก็ลงทะเลกรี๊ดกร๊าดกันอย่างสนุกสนาน 






ตอนเย็น ออกไปทานข้าวกันในเมือง ที่ตลาดโต้รุ้ง มีกลุ่มที่อยากไปที่ร้านจันทร ร้านอาหารท้องถิ่นชื่อดังประจำจังหวัด ตอนแรกเราโทรไปจองเพื่อจะได้กินด้วยกันล่วงหน้าประมาณสองสัปดาห์ ทางร้านบอกเต็มหมดแล้ว แม่เจ้า ขนาดตอนรถไปแวะส่งพวกที่จะไปกิน คนยังเต็มร้านอยู่เลย  พวกที่เหลือตะลุยเดินไปที่ตลาดโต้รุ่งแบบงง ระหว่างเดินดูว่าจะกินอะไรดี ได้แวะซื้อของว่างแล้วถามแม่ค้าว่ามีร้านอะไรอร่อยบ้าง แม่ค้าบอก สมบูรณ์ไง เดินตรงไปเลยตลาดกับห้างไปอีกหน่อย  เมื่อคนท้องถิ่นแนะมาอย่างนี้ก็ต้องสนอง พวกบ้านอื่นเสร็จร้านข้าวมันไก่ สเต็ก ข้าวหมูแดง และแผงขายอาหารริมถนนไปก่อน เหลือแต่บ้านเราเดินไปจนเกือบสุดถนนก็เจอ ร้านข้าวต้มสมบูรณ์โภชนา  ร้านสมบูรณ์เป็นร้านข้าวต้มกุ๋ยที่มีทั้งกับข้าวธรรมดา ยันซีฟู๊ด เมื่อเห็นคนเต็มร้านไม่พอ ยังมีคนยืนคอยซื้อกลับบ้านอีกมากมาย แต่ดูแล้วว่าอาหารลงเร็วมาก เดินไปนั่งโต๊ะแล้วสั่งอาหารเลย โอ้ มันอร่อยมาก กินกันเฮปปี้สุดๆ อาหารมาเร็ว (ไม่มีรูปอีกเช่นเดียวกัน อยู่รู้ตำแหน่งดูได้จากลิงค์นี้ค่ะ http://topicstock.pantip.com/blueplanet/topicstock/2010/01/E8786739/E8786739.html)

กินเสร็จ เห็นมีร้านขายซีดีหนังที่สุดแสนแนวมาก ดูจากการตกแต่งหน้าร้านแล้ว ทำเอาคุณสามีอดใจเดินเข้าไปดูไม่ได้ เสร็จ หุ่นมดเอ็กซ์ตัวเท่าของจริง ก็อตซิลา และที่เจ๋งสุดคือ กันดัมตัวมหึมา ถ่ายรูปเก็บมาอวดพ่อคนอื่นๆ จนตกลงกันว่าเย็นพรุ่งนี้จะแวะตลาดโต้รุ่งกันอีก




พอกินเสร็จ เดินกลับมาเจอกันที่ร้านไอติม ซึ่งเป็นร้านมีแอร์ โดยมิได้นัดหมาย รวมตัวพวกกินที่ตลาดโต้รุ่งได้ก็เดินไปที่จุดนัดขึ้นรถบ้ส ขึ้นรถ แต่ละกลุ่มก็แชร์กันว่าไปกินร้านจันทร์เป็นไง ที่ตลาดเป็นไง สรุปว่าตลาดโต้รุ่งมีของให้เลือกเยอะมาก ไม่แพง ส่วนร้านจันทรอาหารรสชาดดี ร้านสะอาด แต่บริการช้าเพราะคนเยอะ เหมาะสำหรับคนที่อยากลองอาหารพื้นเมืองที่หากินยาก 


วันอาทิตย์ 11 พ.ค. 

โปรแกรมวันนี้หลักๆคือ เที่ยวสวนผลไม้ และเล่นน้ำตกพลิ้ว บ้านไหนตื่นเช้าก็ไปมาเล่นน้ำ เล่นทราย กินอาหารเช้าเสร็จ เด็กๆก็ไปเล่นกันที่สนามเด็กเล่นในที่พัก มีสนามกอล์ฟด้วย ฮั่นพยายามตีให้ลงอยู่นาน ยังไม่สำเร็จ แต่บอกว่าสนุกดี ถึงเวลานัดหมาย เราออกเดินทาง ไปชม ชิม ช็อปผลไม้ที่ สวนป้าแกลบ  ไปถึงชิมกันก่อนเลยผลไม้ในสวน เห็นบอกว่าทุเรียนยังไม่ถึงเวลาเก็บเลยมีมาให้ชิมเล็กน้อย ส่วนคุณชายธันดันหลับ แม่มันเลยนั่งเฝ้ารถบัสคอยสมาชิกไปเดินชมสวน พอสมาชิกเดินเข้าสวนไปไม่นาน คุณชายดันตื่นซะงั้น แต่ไม่ได้เดินตามไป ปล่อยคุณชายเล่นขับรถบัสแทน 



ส่งปะป๊ากับเฮียฮั่นไปเดินชมสวน ได้เห็นผลไม้จริงๆบนต้น เช่น เงาะ มังคุด ทุเรียน ระกำ ฯลฯ น่าสนุกดีจัง 

พ่อแจนสูงมากจนจะงับทุเรียนได้

ถ่ายโดยฮั่น





ลูกชายฉันแมนมาก 

เที่ยงนี้ หลายบ้านrequest อยากกลับไปกินก๋วยเตี๋ยวและขนมถ้วยอีก ถึงขั้นจองขนมไว้ตั้งแต่เมื่อวาน พอโทรไปจะสั่งล่วงหน้าเหมือนเมื่อวาน ที่ร้านบอกมาได้เลยคนไม่เยอะไม่ต้องสั่งก่อน คนไม่เยอะจริงๆ กินกันแบบชิลๆ

ก่อนมุ่งหน้าไปน้ำตกพลิ้ว แม่ปูพาแวะชมที่รวบรวมผลไม้เพื่อส่งออก กำลังแพ็คมังคุดเครียมส่งอยู่พอดี บรรยากาศเป็นยังไง ดูรูปเอาเลยนะคะ ลูกหลับไม่ได้ลงอีกแหละ เฝ้ารถบัสตามเคย




เมื่อถึง อุทยานแห่งชาติ น้ำตกพลิ้ว ด้วยความพยายามแรงกล้าที่จะมีรูปหมู่ในทุกทริป พ่อแม่ช่วยๆกันแหละแต่ก็ได้เท่านี้จริงๆ ตลกดี ถ่ายรูปกันเป็นพิธี จากจุดที่รถบัสปล่อยพวกเราไว้ ค่อยๆเดินเข้าอุทยาน แต่ละบ้านแวะซื้อถั่วฝักยาวไปเลิ้ยงปลากัน 






นัดเวลากันพลัดหลงแล้ว ก็เข้าอุทยานไปด้วยกัน บ้านไหนฟิตก็เดินเข้าไปเอง ไม่ไกลมากค่ะ อากาศข้างในเย็นสบายเดินกันได้ชิลๆ สามารถลงเล่นน้ำตกได้ตลอดทาง แต่ส่วนใหญ่มีลูกเด็กเล็กแดง สว. และสตรีมีครรภ์ ขอนั่งรถกอล์ฟเข้าไปแทน  บ้านเราไปลงสุดท้าย (ขอใช้ให้คุ้มที่สุด) เป็นจุดขึ้น (หรือลงนะ) น้ำตกและจุดนมัสการ สถูปพระนางเรือล่มและอลงกรณ์เจดีย์ จุดนี้มีด่านตรวจค่ะ เจ้าหน้าที่จะตรวจไม่ให้นำอาหาร เครื่องดื่ม และสิ่งต้องห้ามเข้าไปในบริเวณ เช่น หนังสติกรัดถั่วฝักยาว และอาหารต่างๆ ซึ่งอาจเป็นอันตรายกับปลาจอมตะกละ และทำให้น้ำตกสกปรก เป็นต้น มีล็อคเกอร์ให้เก็บของค่ะ 




ดูจากทางเดินไปน้ำตก ลาดชันมากมาย ประกอบกับมวลมหาชนที่มาเล่นน้ำ เราขอเก็บภาพจากไกลๆ แล้วออกมาเล่นน้ำด้านล่างแทน น้ำใสสะอาด ไหลเย็น กลุ่มเราปีนลงเล่นตรงใกล้จุดตรวจที่สุด ไม่มีทางลงต้องอุ้มลูกส่งลงไปเล่น หาเรื่องผจญภัยเล็กๆ จริงๆถ้าเดินลงไปอีกหน่อย ก็มีจุดลงเดินง่ายน้ำใสปลาเยอะเหมือนกัน (มารู้ที่หลัง) เหล่าอากงอาม่าก็อยู่ด้านบนนั่งเม้าส์แต้จิ๋วกันสนุกสนาน ปลาที่น้ำตก คือ ปลาพลวง มากันเยอะมาก เด็กๆกับพ่อๆเอาถั่วฝักยาวมาเล่นทำเบ็ดตกปลา แต่ถั่วสู้แรงปลาไม่ไหว แป๊บเดียวถั่วก็หมด เล่นน้ำตกกันมันส์มาก ส่วนน้องน้อยชบา กับธันธันขอโยนถั่วเล่นริมฝั่ง จุ่มๆน้ำเล็กน้อย ก็มีความสุข









เล่นน้ำเสร็จ ขึ้นมาอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า น้ำในห้องอาบน้ำเย็นจนเด็กๆร้องกรี๊ดกร๊าด แต่งตัวเสร็จเจออะไรก็ซื้อกินทันที ด้วยว่าวันนี้ตกลงกันว่าจะกลับไปกินข้าวที่ตลาดโต้รุ่ง แม่แอนจึงเปลี่ยนแผนพาพวกเราไปเดินเล่นชุมชนเก่าริมน้ำจันทบูร ก่อนไปกินข้าวเย็น บรรยากาศเป็นยังไง มีอะไรบ้าง ดูภาพละกันนะคะ งานนี้ทั้งฮั่นและธันหลับคู่ อยู่เฝ้ารถบัสอีกแล้ว รู้แต่ว่า ได้แวะทานไอติมโบราณ ระยะทางที่จะไปจุดที่มีร้านค้าหรือร้านอาหารดังๆต้องเดินไปค่อนข้างไกลจากจุดที่รถจอด พอเดินไปไม่นานก็เดินกลับกันมา แต่ละคนตัวเปียกเหงื่อยังกับเพิ่งเล่นน้ำตกเสร็จยังไงยังงั้น  จริงๆถ้ามีเวลา สามารถเช่าจักรยานขี่ชมชุนชนแบบชิล ก็คงจะดีมาก สงสัยต้องคอยลูกโตกว่านี้ 

วันพุธที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

รีวิวอ่านเพื่อลูก: The BFG ยจด-ยักษ์ใจดี และ โรงงานช็อคโกเลตมหัศจรรย์

May 30, 2014
เริ่มกลับมาอ่านหนังสือเรื่องยาวให้ฮั่นฟัง เรื่องแรก ยจด (ยักษ์ใจดี "The BFG") ของนักเขียนคนโปรดของอี้เจี๊ยบ Roald Dahl  ใช้เวลาอ่านก่อนนอนทั้งหมดเป็นเวลา 7 คืนติดต่อกัน เล่มนี้ไปเจอที่ร้านหนังสือมือสอง เวอร์ชั่นนี้หน้าปกมีเคโระจากเจ้าของเก่าติดมาด้วย ตอนแรกไม่ทันสังเกตนะถ้าฮั่นไปมาบอก

ยจด. เป็นตัวแทนของยักษ์ที่ดูน่ากลัว โหดร้าย เป็นยักษ์กินคน แต่ยจด.ไม่เหมือนยักษ์ตัวอื่นๆ เขาอ่อนโยน รักการเรียนรู้ ใส่ใจผู้อื่น และที่สำคัญใจดีสุดๆ ยจด.ทำหน้าที่เก็บฝันดีไปเป่าให้เด็กๆในยามค่ำคืนเพื่อให้เด็กๆหลับฝันอย่างมีความสุข ถั่วคนต่างหากที่โหดร้ายกว่ายักษ์ ตอนหนึ่ง ยจด. บอกว่า ยักษ์จะไม่กินหรือฆ่ากันเอง แต่ถั่วคนชอบสู้รบ ฆ่ากัน  ส่วนโซฟี่ เด็กหญิงจากบ้านเด็กกำพร้า เป็นตัวแทนเด็กตัวเล็กๆ ที่กล้าหาญที่จะช่วยปราบยักษ์กินคน 

อ่านจบแล้วยังสนุกค้าง  น่ารัก เต็มไปด้วยจินตนาการ ความฝัน บวกเรื่องราวของความกล้าหาญและความมีน้ำใจของหนูน้อยโซฟี่กับยจด ฮั่นชอบมาก ขำกับคำพูดตลกๆของ ยจด. ติดใจกับเรื่องราวความฝันที่ยจด.จับใส่ในขวดได้แม่น (คนเล่ายังจำรายละเอียดไม่ได้เลย) และอยากลองกินฟร็อบสก็อตเติ้ล frobscottle (เครื่องดื่มของยักษ์ที่ทำให้ปู๊ดป๊าด) 

ฮั่นเรียกร้องให้อ่านให้ฟังอีก ทุกวัน พอจบรอบที่สอง หนังสือเริ่มหลุดเป็นชิ้นๆ ต้องเอาตัวหนีบมาหนีบไว้ 


เมื่อจบ ยจด. เลือกเล่มนี้มาอ่านให้ฮั่นฟัง โรงงานช็อคโกแลตมหัศจรรย์ ของ โรอัลด์ ดาห์ล เอาช็อคโกแลตของโปรดฮั่นมาล่อให้อยากอ่าน ครั้งนี้อ่านภาษาไทยก่อน ใช้เวลาอ่านหนึ่งสัปดาห์จบ ไว้ฮั่นอยากให้อ่านภาษาอังกฤษเมื่อไร แม่ก็มีเตรียมไว้แล้วนะจ๊ะ

ติดใจตอนหนึ่งที่เกี่ยวกับเด็กติดโทรทัศน์ โรอัลด์ ดาห์ลนี้สุดยอดเลย ช่วยอธิบายเรื่องการส่งภาพเข้าสู่โทรทัศน์ได้อย่างน่าสนใจและเข้าใจง่ายมากๆ คือว่า คุณวิลลี่วองก้า กำลังทดลองทำกล้องถ่ายทำรายการโทรทัศน์ เพื่อให้สามารถส่งของไปยังหน้าจอของเด็กๆได้ เค้าบอกว่า เครื่องนี้จะส่งข้อมูลที่เห็นเป็นชิ้นส่วนเล็กๆ ขึ้นบนท้องฟ้า แล้วทีวิก็มีเครื่องรับแล้วแปลงออกมาเป็นรูป อะไรทำนองนั้น แล้วเด็กชายที่ติดทีวีซุกซนจนโดนแสงจากกล้องถ่ายทำรายการดูดเข้าไป ต้องไปช่วยเอาตัวเด็กออกมาจากทีวี แต่เด็กนั้นก็ตัวเล็กมาก ขนาดเท่าภาพที่แสดงอยู่ในทีวี ตลกดี เคยคิดอยู่เหมือนกันว่า ถ้าฮั่นถามว่า ทีวีมีภาพได้ยังไง เราจะตอบว่าอะไรดีนะเนี่ย

ฮั่นชอบ และคิดตามอย่างสนุกสนานในตอนที่เข้าไปในโรงงานช็อคโกแลต ส่วนแม่ก็ถูกใจเหลือเกินที่นิทานได้เป็นตัวแทนพ่อแม่ เล่าถึงผลของการเป็นเด็กเอาแต่ใจ เด็กติดทีวี เด็กกินของไม่มีประโยชน์  และที่ขาดไม่ได้ตามสไตล์นิทานของโรอัลด์ ดาล์ห คือ เด็กๆได้จินตนาการที่ไม่มีจำกัดและความสนุก   

อ่านแล้วสนุก คิดว่าสนุกกว่าดูหนัง แม้ Tim Burton จะทำหนังได้เจ๋งมากแล้วนะ ส่วนตัว Johnny Depp ดูจะหนุ่มไปที่จะเป็นคุณวิลลี่ วองก้า  เมื่ออ่านจบ โรงงานในความคิดเรามันเกินคำบรรยายกว่าในหนังอีก และเรามั่นใจว่าเด็กๆก็ได้สร้างโรงงานช็อคโกแลตในฝันของตัวเองได้ไม่เหมือนกัน



สัปดาห์หน้าฮั่นขอให้อ่าน ยจด (ยักษ์ใจดี) ซ้ำ ติดใจอะไรขนาดนี้ เราเลยเอาหนังสือโรอัลด์ ดาห์ลทั้งหมดที่มีในมือตอนนั้นมาทยอยอ่าน เช่น คนซื่อบื้อ เค่าตุน  นิ้ววิเศษ  คุณจิ้งจอก ฯลฯ เรื่องสั้นๆ อ่านคืนเดียวจบ แต่ดูเหมือนว่ายังไม่มีเรื่องไหนมาเทียบรัศมี ยจด. ได้จริงๆ

อ้อ ข่าวดีที่น่ารอคอย Spielberg กำลังนำ The BFG. กลับมาสร้างเป็นหนัง คาดว่าจะได้ดูกันปี 2016 ฮั่นบอกรอดูอยู่

วันอังคารที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2557

วันเต่าๆ Turtle Theme

มันเริ่มจากกิจวัตรในการรดน้ำต้นไม้ที่ชั้นดาดฟ้า ทุกครั้งจะชวนธันไปเด็ดผักบุ้งที่แคระแกรนในแปลงลงไปให้เต่าที่สวน (ชั้นหนึ่ง)  ระหว่างเดินไปสวนก็ร้องเพลงเต่าให้ธันฟังไป ชวนธันดูเต่า ก็เลยคิดว่า วันนี้มาเล่นเป็นเต่ากันดีกว่า


ช่วงเช้า เอาหนังสือนิทาน เต่าเบิ้มหน้าบึ้ง มาอ่านให้ธันฟัง แบบชี้รูปและคุยแบบสั้นๆตลกๆ ธันขำและชอบ แต่ไม่จดจ่อสนใจ เพราะมั่วแต่เล่นรถในมืออีกสามคัน แม่มันทนไม่ได้ ความคิดแล่นปรู๊ด จับรถเป็นเต่าละกัน รถเล็ก รถใหญ่ ทำแม่เต่าลูกเต่าให้เล่นไปเลย แถมหมวกเต่าคาดหัวลูก กับหัวพ่อให้บรรยากาศครอบครัวเต่าหน่อย ธันสนใจทันที







สำหรับกันก็เอาตุ๊กตาเต่ามาให้ธันดู ร้องเพลงบ้าง ทำท่าเต่าบ้าง ธันเกิดคิดอะไรไม่รู้ทำท่าจะตีลังกา หรืออยากทำท่าเต่าไม่แน่ใจ


พยายามจะเล่นละครให้ธันดู แบบเอาตุ๊กตาโผล่มาจากหลังโซฟา เล่าเรื่องเต่าเบิ้มซ้ำ แต่ล่ม เพราะธันนึกว่าเล่นจ๊ะเอ๋ รีบปีนกรี๊ดกราดบนโซฟามาหาแม่ วิ่งดึงตุ๊กตาไปขว้างเล่นซะงั้น สนุกไปอีกแบบกับคุณชาย

เต่าน้อย ทำหัวผลุบๆโผล่ๆ หัวเราะมีความสุขทั้งวัน

รีวิวอ่านเพื่อลูก: 7 อุปนิสัยเด็กดีมีความสุข

7 อุปนิสัยเด็กดีมีความสุข The 7 Habits of Happy Kids


ข้อมูลหนังสือ
ผู้เขียน:  Sean Covey
ภาพ: Stacy Curtis
ผู้แปล: นิลุบล หฤทัยวิจิตรโชค
สำนักพิมพ์: Nanmeebooks Kiddy

คำนิยม (ปกหลัง)



อ่านเพลิน
ณ ดินแดนป่าโอ๊ก 7 ต้น เพื่อนๆตัวเล็กทั้ง 7  หมีกู๊บ พี่ใหญ่ของแก๊งค์ กระต่ายจัมเปอร์ สกังก์ลิลี่ กระรอกแซมมี่และโซฟีฝาแฝด เม่นโพกี้ และหนูแอลลี่ ซึ่งมีนิสัยและความคิดที่แตกต่างกัน ทำให้เกิดเรื่องราวที่สนุกๆ ผ่านเหตุการณ์และปัญหาที่ต้องคิดวางแผน แก้ไข และลงมือทำ 7 เรื่อง 7 อุปนิสัยที่ดี ที่เป็นก้าวเล็กๆให้เด็กๆมีความสุข


เห็นชื่อหนังสือกับชื่อผู้เขียนแล้ว ไม่หยิบติดมือกลับบ้านมาอ่านก็แปลกมากๆแล้ว สำหรับผู้ที่เคยอ่านหรือผ่านการอบรม The 7 Habits of Highly Effective People คงเข้าใจถึงคุณสมบัติ 7 ประการสำหรับผู้ทรงประสิทธิผลยิ่ง แค่อ่านแล้วไปอธิบายให้เพื่อนๆฟังก็มีแอบยากแล้วนะ แต่สำหรับหนังสือเล่มนี้ Sean ได้ตีความหมายของ 7 Habits และปรับใช้ให้เข้าใจง่าย จับต้องได้สำหรับเด็กเล็กๆ ผ่านตัวการ์ตูนซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของแต่ละอุปนิสัยได้อย่างเด่นชัด เนื้อหาสนุก ตลก และถ่ายทอดความคิดความอ่านและนิสัยของเด็กๆ ได้อย่างเป๊ะมาก จนเด็กๆคิดว่าเขาเป็นตัวละครตัวใดตัวหนึ่งในเรื่อง อ่านให้เด็กฟัง เด็กชอบแน่นอน และได้ซึมซับลักษณะนิสัยที่ดีของตัวละครในแต่ละตอนไปอย่างไม่รู้ตัว


หนังสือยังเปิดโอกาสให้พ่อแม่ ผู้ปกครองได้ต่อยอดความสนุกสนานของนิทาน  โดยหลังจบแต่ละเรื่องจะมี "มุมผู้ปกครอง" ซึ่ง Sean เขียนอธิบายอุปนิสัยประจำเรื่องแบบง่ายๆ ผ่านประสบการณ์ของลูกกับเขาเองบ้าง บอกเล่าประโยชน์และแนวคิดเชื่อมโยงกับ 7 Habits  นอกจากนี้ ยังมีแนะนำ "หัวข้อสำหรับสนทนา" และ "ก้าวเล็กๆ" เพื่อชวนลูกคิด ชวนคุยและนำพาก้าวเล็กๆเพื่อให้ลูกได้ลองนำอุปนิสัยหรือการกระทำต่างๆมาลองทำดู


ท้ายเล่มมีภาพสรุปอุปนิสัยทั้ง 7 ผ่านต้นไม้ของ 7 อุปนิสัย
อุปนิสัยที่ 1 Be Proactive  => เป็นหน้าที่ของเธอ
อุปนิสัยที่ 2 Begin with the End in Mind => มีเป้าหมายและแผนเสมอ
อุปนิสัยที่ 3 Put First Things First => ทำสิ่งสำคัญก่อนแล้วจึงเล่น
อุปนิสัยที่ 4 Think Win-Win => ทุกคนชนะได้เมื่อคิดแบบ Win-win
อุปนิสัยที่ 5 Seek First to Understand, Then to be Understood =>ฟังก่อนที่จะพูด ฟังด้วยหัวใจและตา
อุปนิสัยที่ 6 Synergize  => รวมกันย่อมดีกว่า
อุปนิสัยที่ 7 Sharpen the Saw => ใช้ชีวิตอย่างมีสมดุล ฝึกฝนและพัฒนาตนเองเสมอ


ตอนแรก ฮั่นเห็นหน้าปกแล้วไม่สนใจ จะให้เล่า "นางสาวโต๊ะโตะ" ซึ่งเป็นเรื่องต่อจาก "เด็กหญิงโต๊ะโตะจัง" ที่เพิ่งอ่านจบไปอยู่ทางเดียว  แต่พอต่อรองว่าอ่านตอนเดียวก่อน ฮั่นกลับชอบมาก จบตอนหนึ่ง ไม่ยอมให้แม่ชวนคุยชวนคิดก่อน ขออ่านตอนถัดไป ภาพประกอบสีสันสดใส และตลก แถมคนเขียนยังมีTrick เล็กๆแต่มีประสิทธิภาพมากในการสร้างความน่าติดตามให้อ่านในทุกหน้า นั่นก็คือ ตัวละครอีกตัวหนึ่ง ชื่อ หนอนเออร์นี่ ที่จะแอบโผล่อยู่มุมใดมุมหนึ่งของภาพประกอบ ซึ่งเด็กๆต้องสังเกตเอาเองเพราะเออร์นี่ขี้อาย  มุขนี้นี่เองที่ทำเอาฮั่นตั้งใจอ่านจนจบภายในคืนเดียว ผิดแผนที่แม่จะอ่านให้ฟังวันละตอนเลย แถมยังมีหน้ามาบอกว่า เห็นมั้ยอ่านวันเดียวก็จบ ไม่เห็นต้อง 7 วันเลย  คืนถัดมาก็ยังขอให้อ่านอีกรอบหนึ่งทันทีที่เข้าห้องนอน

ฮั่นชอบตอน หมีกู๊บกับชุดสะสมแมลง อุปนิสัยที่ 2 เพราะตรงกับสิ่งที่ฮั่นกับปะป๊ะกำลังทำอยู่ คือวางแผนเก็บเงินซึ้อ Lego Star wars  เหมือนหมีกู๊บที่ลงมือเขียนเป้าหมายที่ตนเองต้องการ หาวิธี วางแผนและลงมือทำ จนสุดท้าย หมีกู๊บสามารถซื้อของที่ตัวเองอยากได้ตามที่ลิสไว้ทุกข้อ แถมยังมีเงินเหลือพากระต่ายจัมเปอร์ซึ่งใช้เงินแบบไม่วางแผนหมดไปอย่างรวดเร็วไร้สาระ ไปดูหนังได้อีก   อ่านจบตอน ฮั่นบอกว่า เหมือนฮั่นเลย แล้วก็ยิ้มๆ



ระดับความน่ามีไว้ครอบครอง
แนะนำค่ะ เหมาะมากกับการช่วยพ่อแม่นำพาลูกไปสู่อุปนิสัยที่ดี แบบไม่ใช้การบังคับ เคี่ยวเข็ญ พูดบ่น ซึ่งเป็นวิธืที่ไม่ได้ผลอย่างแรง เด็กๆเรียนรู้จากนิทานได้อย่างไม่รู้ตัว เป็นการสอนแบบสร้างทัศนคติด้านบวกให้เด็ก เห็นผลจากการกระทำต่างๆได้ชัดเจน ใกล้ตัว เป็นเหตุเป็นผลที่เด็กๆรับรู้และเข้าใจได้  สำหรับพ่อแม่ที่ไม่เข้าใจหรือรู้จัก 7 Habits ก็สามารถเริ่มต้นอ่านจากเล่มนี้ได้ค่ะ เริ่มพร้อมลูกยังสนุกอย่างมีสาระค่ะ


วันอังคารที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2557

ศิลปะศิลเปอะ: แรกเริ่มตัด พับ ประดิษฐ์ ครั้งแรกของการทำศิลแปะของธันธัน

วันนี้ ตั้งใจหยิบเล่มนี้มาทำกับธันๆช่วงเช้า ช่วงหลังแม่มันเริ่มมีเวลาเตรียมของเล่นให้ลูกน้อยลง เราขอใช้ตัวช่วยแสนน่ารักเล่มนี้แทน "แรกเริ่มตัด พับ ประดิษฐ์"


รูปข้างในสวยน่ารัก กระดาษแข็งดีมีให้เล่นหลายอย่าง วันนี้เป็นครั้งแรกที่ธันจะทำงานกระดาษเลยเลือกอันง่ายๆก่อน อ่านเทคนิคการเล่นและใช้หนังสือให้เกิดประโยชน์สูงสุดก่อน หนังสือแนะนำให้พ่อแม่เตรียมตัดชิ้นงานให้เรียบร้อยก่อนทำ ให้เด็กลงมือทำเอง และมีเทคนิคอีกหลายข้อซึ่งกะจะนำมาใช้เมื่อธันโตพูดเข้าใจกว่านี้หน่อย พร้อมแล้วก็ลุย



อุปกรณ์ที่ใช้เพิ่มเติม
1. กรรไกร
2. กาวแท่ง

งานแรกดูน่าจะเหมาะ เป็นงานตัดแปะต้นไม้

ฉีกกระดาษ ต้องช่วยฉีกเป็นรอยนิดหน่อย

แปะๆ

ทากาว เหมือนตำส้มตำเลย

จับมือทากาวให้ทั่ว


ช่วงเย็น มาเล่นอีกอัน เป็นงานพับ รถโรงเรียน 


ช่วยพับแล้วให้ธันกดๆนิดหน่อย ก็เสร็จ แต่คุณชายเอาไปเล่นเป็นโรงจอดรถแทน สนุกไปอีกแบบ


เบื่อแล้วเล่นเป็นสะพานด้วย 555

สิ่งที่สังเกต
-ลูกไม่รู้วิธีการทากาว เมื่อจับมือทำแล้วดีขึ้น แต่ยังยั้งน้ำหนักมือไม่เป็น
-ชอบฉีกกระดาษมากเพราะปกติโดนห้าม แต่กระดาษแข็งต้องทำเป็นรอยให้หน่อยหนึ่ง
-ธันเชื่อมโยงรูปร่างของรถเมล์กับโรงรถ กับสะพาน คิดว่ายังไม่เคยเห็นรถเมล์ท่ีคนนั่งเยอะๆ ต้องพาไปดูไปลองสักหน่อยแล้ว

สนุกแบบสบายๆไปอีกวัน




รีวิวอ่านเพื่อลูก นิทานสำหรับเด็ก เมฆเริงรำ สายน้ำร้องเพลง

การศึกษาวอลดอร์ฟ : นิทานสำหรับเด็ก
 เมฆเริงรำ สายน้ำร้องเพลง

 ข้อมูลหนังสือ
เรื่อง รวบรวมโดย รัถยาคม สถาบันเพื่อการศึกษาแนววอลดอร์ฟและมนุษยปรัชญา
ผู้แปล จิตรา ธนาโอฬาร, จันทร์เพ็ญ พันธุ์โอสถ
สำนักพิมพ์ อัมรินทร์บุ๊คเซ็นเตอร์ จำกัด
จำนวนหน้า 130 หน้า

หลังจากฮั่นเริ่มเข้าอนุบาลสอง เราเริ่มเปลี่ยนการอ่านหนังสือก่อนนอนจากหนังสือภาพ มาเป็นหนังสือไม่มีภาพดูบ้าง ด้วยความอยากที่จะเปิดโลกของจินตนาการอีกขั้นของฮั่น ดูน่าท้าทายมากว่าฮั่นจะมีสมาธิและสนใจกับเรื่องเล่ายาวๆได้หรือไม่ อีกอย่างก็เป็นโอกาสดี ที่คนเล่าจะได้เปลี่ยนบรรยากาศจากการอ่านนิทานหรือหนังสือภาพซ้ำไปซ้ำมา งานนี้ฮั่นไม่มีสิทธิเลือกเท่าไร เพราะยังอ่านหน้าปกหรือเนื้อหาไม่ออก ขอเผด็จการในการเลือกเรื่องที่จะเล่าบ้าง เพื่อความสุขเล็กๆของมามี้ก่อนนอน

โครงการ อ่านเพื่อลูก จึงเกิดขึ้น  เน้นอ่านหนังสือที่เป็นแนวบรรยาย เน้นวรรณกรรมเด็กๆ ดีๆ สมัยเราเด็กๆ จนปัจจุบัน  ปกติจะอ่านหนังสือให้ฮั่นฟังก่อนนอนอยูํ่แล้วเป็นกิจวัตรประจำวัน เรายังคงดำเนินอยู่เหมือนเดิม ฮั่นยังสามารถเลือกหนังสือที่อยากให้แม่เล่ามาให้อ่านเหมือนเดิม แต่เรื่องปิดท้ายจะเป็นหนังสือที่แม่จะอ่านให้ฟัง ฮั่นไม่ต้องดูภาพ นอนฟังอย่างตั้งใจและได้หลับฝันดี 

เล่มแรกที่คุณแม่กัลยาณมิตรที่น่ารักแนะนำมา คือ เมฆเริงรำ สายน้ำร้องเพลง ของรัถยาคม  เป็นหนังสือรวมนิทานที่ใช้ที่ศูนย์การเรียนปัญโญทัย ซึ่งโรงเรียนแนวทางเลือกหลายโรงเรียนนำมาใช้เล่าให้เด็กวัยเตรียมอนุบาลถึงอนุบาลฟัง มีการจัดกลุ่มนิทานที่เหมาะกับเด็กในแต่ละช่วงวัย ทั้งความยากง่ายของเนื้อหา ความยาว และภาษาที่ใช้ บางเรื่องเคยได้ยินตอนฮั่นอยู่เตรียมอนุบาลที่วรรณสว่างจิต คุณครูจะเล่านิทานเรื่องเดียว ทุกวัน เป็นเวลาหนึ่งเทอม จบเทอมปุ๊บ เด็กๆสามารถเล่าเรื่องได้ตามที่ครูเล่าเหมือนเปี๊ยบทุกประโยค ทุกคำเลย  จำได้ว่ามีเรื่อง  กระต่ายกับแครอท ต้นหัวผักกาดยักษ์  พอเข้ารุ่งอรุณ ฮั่นชอบหลายเรื่องเลย เช่น ของขวัญจากฟากฟ้า (เรื่องนี้เล่าสิบกว่ารอบ) บุบบิบบู้บี้ ฯลฯ



นิทานที่รวบรวมในเล่มมีที่มาจากทั่วทุกมุมโลก ตั้งแต่นิทานกริมม์ นิทานพื่นบ้านของประเทศต่างๆ เป็นเทพนิยายบ้าง มีอิทธิฤทธิ์ หรือปาฎิหารเหนือจริง สนุกและน่าสนใจชวนให้เด็กได้เข้าสู่โลกจินตนาการไม่มีที่สื้นสุด

 


ชอบคำนำ "ภาพชีวิตจากนิทาน" ของหนังสือที่เกริ่นนำที่มาของนิทานภายในเล่ม บอกเล่าความเชื่อมโยงระหว่างนิทานกับชีวิตจริงที่เด็กจะได้เรียนรู้และซึมซับไปโดยไม่รู้ตัว  ผู้เขียนได้แนะนำว่า เวลาเล่านิทานให้เด็กฟัง ไม่ควรอธิบายความหมายของสิ่งที่นิทานอยากสื่อ หรือสรุปเรื่องสอนใจให้เด็กฟัง เด็กจะเชื่อมโยงเรื่องที่รับฟังได้เอง การตีความหมายของเด็กในเรื่องนั้นอาจไม่ตรงกับสิ่งที่ผู้ใหญ่คิดก็เป็นได้ พ่อแม่ส่วนใหญ่จะไม่กล้าอ่านเนื้อเรื่องหรือตัวละครหรือเหตุการณ์ที่โหดร้าย หรือรุนแรงให้ลูกฟัง เพราะกลัวว่าลูกจะก้าวร้าว รุนแรง ซึ่งจริงๆแล้ว เด็กๆสร้างจินตนาการไม่ได้น่ากลัวเหมือนที่คุณพ่อคุณแม่คิด เช่น แม่มดใจร้ายโดยฆ่าตาย เด็กคิดเชื่อมโยงเพียงว่าความชั่วร้ายถูกทำร้ายลง เท่านั้น  กลับกัน หากลูกได้ดูภาพหรือหนังที่รุนแรงและโหดร้ายผ่านทีวีหรือภาพยนตร์หรือสื่อต่างๆ เด็กจะถูกยัดเหยียดภาพนั้นเข้าหัวโดยไม่สามารถป้องกันตัวได้

ทุกคืน ฮั่นจะเป็นคนเลือกว่าจะฟังเรื่องไหน เหมือนจะเลือกจากชื่อนิทานนะเพราะไม่มีรูปเลยสักหน้า มีแต่ที่หน้าปก คงฟังดูว่าชื่อไหนชอบก็จะบอกให้อ่านให้ฟัง บ้างครั้งมามี้ก็มีเสนอเรื่องที่ตัวเองอยากอ่านบ้าง ฮั่นจะมาfinalize ตัดสินใจครั้งสุดท้ายอีกที เพราะฉะนั้นมีที่ยังไม่ได้อ่านหลายเรื่อง เพราะชื่อยังไม่โดนใจคุณชายซักที

ระดับความน่ามีไว้ครอบครอง

ลองหามาอ่านให้ลูกดูนะคะ อาจจะหายากสักหน่อยเพราะไม่ได้มีวางขายทั่วไป สามารถติดต่อที่ปัญโญทัยได้ค่ะ  นิทานในสองเล่มนี้ได้คัดสรรตามวัยของเด็กได้อย่างเหมาะสม มีเรื่องสนุกๆน่ารักๆ เหมาะทั้งเด็กผู้หญิงและเด็กผู้ชาย ที่โรงเรียนทางเลือก นิทานพวกนี้เป็นส่วนสำคัญในการสอนเรื่องภาษาและสังคมค่ะ เด็กๆได้รู้จักและเข้าใจคำศัพท์ยากๆได้อย่างพ่อแม่งง จำได้ว่าฮั่นชอบใช้คำว่า "เพราะฉะนั้น" บ่อยมากจนงงว่าเอามาจากไหน เราก็ไม่เคยพูดเป็นทางการกับลูกเลย มาเจอในนิทานนั่นเอง 
สรุปบ้านไหนที่อยากประหยัดแค่ 2 เล่มก็อ่านได้ไปหลายเดือนเลยค่ะ