วันจันทร์ที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2558
Review หนังสือ โรงเรียนพ่อแม่ ตอน ผลัดใบชีวิต ของครูณา
วันพฤหัสบดีที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2558
คุยกับลูกเรื่องความรู้สึกแบบง่ายๆ ผ่าน Inside Out
วันเสาร์ที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2558
Review หนังสือ พูดกับลูกสไตล์คุณแม่ญี่ปุ่น 66 ถ้อยคำทำร้ายลูกที่คุณอาจไม่รู้

ตั้งแต่ฮั่นเริ่มขึ้นป.1 เริ่มต้องเข้าสู่ชีวิตเรียนที่จริงจัง (กว่าอนุบาล) ต้องไปโรงเรียนเช้าขึ้น เรียนหนังสือมีการบ้าน และงานที่ต้องทำมากขึ้น งานเข้าสิค่ะ กว่าจะดันคุณลูกให้ไปเรียนตามเวลา หรือทำการบ้านให้เสร็จ คุณแม่อย่างเราก็ต้องงัดกระบวนท่าหลายเล่มเกวียนมากระตุ้น เอาใจ ชักชวน เชิญชวน หลอกล่อ หนักเข้าก็เริ่มมีตักเตือน เหน็บ ขู่ และดุว่าในบางครั้ง เหนื่อยและหนักใจจริงๆ เครียดกันทั้งแม่ทั้งลูก หลายครั้งที่ลูกกับแม่ก็เสียน้ำตาเพราะคำพูดที่เราเผลอผลั้งปากออกไปโดยไม่ได้ตั้งใจ หรือกดดันลูกโดยไม่รู้ตัว
เมื่อหยุดพักรบ แล้วได้หยิบหนังสือเล่มนี้ขึ้นมาอ่าน ก็เริ่มได้เข้าใจว่า ทำไมคำพูดที่เราอยากจะสอนหรือพูดด้วยความรักกับความหวังดี กลับทำให้ลูกหน้าจ๋อย หรือโมโห หรือบางครั้งกลับมีน้ำตา ใครจะไปนึกว่า การที่พูดว่า "ถ้าคิดจะทำ..ลูกต้องทำได้แน่ๆ " จะเป็นการกดดันลูก และอาจจะส่งผลให้ลูกปฏิเสธไม่ทำสิ่งนั้นไปตลอดชีวิต และสุดท้ายเมื่อโตเป็นผู้ใหญ่ก็จะกลายเป็นคนที่ไม่กล้าทำอะไรเลย
ไม่ต่างอะไรกับผู้ใหญ่เลยค่ะ ที่หากมีคนมาพูดตักเตือน หรือวิจารณ์เราว่าเป็นยังไง เพื่อให้เราได้ปรับปรุงหรือพัฒนา แต่ใช้คำพูดที่ลบๆ หรือพูดแบบคาดหวังมากไป ก็ทำให้เราคิดได้สองแง่สองง่ามว่า นี่เขาด่า เปรียบเทียบเราอยู่ได้ หรือประชดเราหรือเปล่า ผู้ใหญ่เองยังคิดไปมากมาย แล้วเด็กๆจะรู้สึกยังไงค่ะ โดยเฉพาะคำพูดนั้นๆออกมาจากปากของคนที่เด็กๆรักมากมาย อย่างคุณแม่และคุณพ่อ
มันเป็นหน้าที่ของพ่อแม่และผู้ใหญ่จริงค่ะที่ต้องระมัดระวังคำพูดที่พูดให้เด็กๆฟัง ทำอย่างไรให้เขาเข้าใจสิ่งที่พ่อแม่อยากจะสื่อสารจริงๆ โดยไม่ทำให้ลูกกลายเป็นคนขาดความมั่นใจในตัวเอง ไม่นานเชื่อว่า พ่อแม่ต่างเชื้อชาติกัน ก็พูดกับลูกคล้ายๆกันเวลาไม่สบอารมณ์ อ่านแล้วก็พอจะนึกภาพของแม่ญี่ปุ่น เปลี่ยนจากคุณแม่ที่อ่อนโยน กลายมาเป็นแม่นางยักษ์ อย่างแม่ของโนบิตะ ส่วนหนึ่งผู้เขียนบอกว่า คนญี่ปุ่นเป็นคนเก่ง แต่สาเหตุที่ไม่ค่อยมีความมั่นใจในตัวเอง เป็นเพราะการอบรมสั่งสอนในบ้านนั้นเอง คิดแล้วก็จริงนะ ตอนอยู่ญี่ปุ่น เราเห็นได้ชัดเลยว่า คนญี่ปุ่นไม่ค่อยมั่นใจที่จะแสดงออก หรือแสดงความคิดเห็นของตัวเอง ทำอะไรก็เขินๆ เงียบๆหงึมๆ ทั้งที่ตัวเองมีความคิดที่ดีมากๆ เพิ่งเข้าใจว่า ที่เขาเป็นอย่างนี้ก็ไม่ต่างอะไรกับเด็กๆในบ้านเราที่ถูกพูดดักไม่ให้ทำนั่น ไม่ควรทำนี้ อะไรที่แปลกๆกว่าคนอื่นอย่างทำให้มันเด่นเกินไป อารมณ์ประมาณเดียวกันเลย
ข้อมูลหนังสือ
หนังสือ พูดกับลูกสไตล์คุณแม่ญี่ปุ่น 66 ถ้อยคำทำร้ายลูกที่คุณอาจไม่รู้
ママ、言わないで!子どもが自信を失う言葉66
ผู้เขียน เทรุโกะ โซดะผู้แปล ภาวิณี ตั้งสถาพรพงษ์
credit รูปปก จาก สำนักพิมพ์ Sand Clock
สนใจหนังสือ ดูได้ที่ http://www.toyforbrain.com/p/275
ฉบับภาษาญี่ปุ่น http://shopping.yahoo.co.jp/product/bb70284007de3d6a0bc0c05c079a0caa/compare.html
วันอังคารที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2558
สื่อและภาพข่าวรุนแรง หลีกอย่างไรให้ไกลลูก
สื่อและภาพข่าวรุนแรง หลีกอย่างไรให้ไกลลูก
จากเหตุการณ์ระเบิดที่ราชประสงค์เมื่อวันที่ 17 พอเปิดมือถือมาเจอแต่รูปน่ากลัวสยอดสยองมาก ทั้งในข่าวและที่แชร์ รวมทั้งข้อมูลข่าวสารอีกมากมาย อ่านแล้วเศร้าใจกับผู้สูญเสีย หากเป็นภาพของญาติหรือคนรู้จักเราคงรู้สึกแย่มากๆ ที่เอารูปมาเผยแพร่อย่างนี้
จากความจริงที่โหดร้าย พอเหงยหน้าออกจากมือถือ มองดูเจ้าเด็กน้อยทั้งสองอ่านหนังสือ เล่นของเล่นก่อนนอน ดูไม่เดือดไม่ร้อนกับสถานการณ์บ้านเมืองที่ไม่ปกติแม้แต่น้อย เลยลองถามฮั่นว่า รู้มั้ยเกิดระเบิดในเมือง ฮั่นตอบแบบมั่นใจ รู้แล้ว รู้ก่อนมามี้อีก เออ จริง เห็นนั่งดูข่าวกับพ่ออยู่ ตัวเองไม่ได้ดูทีวีแต่แน่ใจว่าคงไม่มีรูปโหดๆแบบที่แชร์กันบน Social media แน่นอน อีกอย่างนั่งดูกับพ่อด้วยกันก็หมดห่วง เพราะมีคนเซ็นเซอร์ภาพและเนื้อหาโหดๆให้
เรื่องสื่อนี้น่ากลัวมากจริงๆ มันใกล้ตัวเรามากแค่ในกำมือเรา ยิ่งสมัยนี้ คนทำสื่อนิยมทำให้ง่าย โชว์รูปและคำอธิบายสั้นๆแรงๆให้ดึงดูดคนอ่าน ขนาดผู้ใหญ่ยังหลงเชื่อ คล้อยตามเนื้อหาจากสื้อต่างๆ อันนี้คิดแล้ว แล้วถ้าเป็นเด็กๆ เห็นเข้าจะเป็นอย่างไรกัน
นอกจากทีวี คอมพิวเตอร์ สื่อที่ยากจะหลีกเลี่ยงได้คือ มือถือ เด็กประถมสมัยนี้มีสมาร์ทโพนและสามารถเล่นเน็ทแบบถูกๆไม่อั้นกันแล้ว กลับบ้านมาเปิดยูทูปดูเพลงเต้นเด้งหน้าเด้งหลัง เล่นเกมออนไลน์สู้รบ ยิงกัน หรือแชทไลน์กับเพื่อน กลายเป็นโลกเสมือนจริงส่วนตัวที่ไม่มีพ่อแม่อยู่ในนั้นค่ะ เด็กที่ไม่ค่อยได้รับการเลี้ยงดูจากพ่อแม่ หรือผู้ปกครองอย่างใกล้ชิด หรือเด็กที่ครอบครัวปล่อยตามใจให้ใช้จนติด เด็กกลุ่มนี้มีแนวโน้มที่จะเป็นเหยื่อของสื่อได้ง่ายที่สุด เพราะฐานในบ้านไม่แน่นพอที่จะทำให้เด็กเชื่อตามว่า สิ่งใดดีหรือไม่ดี เด็กพวกนี้เชื่อคนนอกมากกว่าคนในบ้านค่ะ (จริงๆก็ไม่ต่างอะไรกับผู้ใหญ่บางประเภทเน้อ)
แล้วควรทำยังไงกับเรื่องนี้ จุ๊บว่าควรดูตามวัยของเด็กค่ะ สำหรับเด็กเล็กควรพาให้ห่างสื่อให้ได้มากที่สุดค่ะ ข้อแนะนำ
- สำหรับเด็กเล็ก ดีที่สุด คือ ผู้ใหญ่ควรนั่งดูทีวีหรือมือถือด้วยกัน ระหว่างดูจะได้ช่วยสอนชวนลูกคุยและคิดตาม อย่าปล่อยให้เด็กนั่งดูละครน้ำเน่าข้างๆเราเลยค่ะ ไว้ลูกหลับค่อยไปดูในยูทูปดีกว่า
- ผู้ใหญ่ต้องเป็นคนกำหนดขอบเขตเนื้อหา หรือคัดกรองข้อมูลที่เด็กเข้าไปดู ให้เหมาะสมกับวัยของเด็ก ทั้งการ์ตูน เกม คลิป หรือเวปภาพต่างๆ อันไหนไม่เหมาะไม่ต้องให้เห็นเลยค่ะ
ข่าวโหดๆ เช่น อุบัติเหตุหรือภัยพิบัติ เราเล่าให้ลูกฟังด้วยภาษาง่ายๆ แทนให้ดูภาพ ใช้เป็นอุทาหรณ์ในเรื่องความปลอดภัยได้ค่ะ แต่อย่าใช้เป็นคำขู่นะคะอันนี้เป็นผลเสียกับเด็กค่ะ
- จำกัดการเข้าถึงสื่ออย่างชัดเจน ใช้นานเท่าไร ใช้ผ่านอุปกรณ์อะไร มือถือหรือไอแพด อย่าคิดว่าถ้าลูกไม่ได้เล่นจะงอแง ร้องแค่นี้ไม่ตายค่ะ เอาอย่างอื่นให้ลูกเล่นแทนดีกว่า
- ผู้ใหญ่ต้องคอยเช็คอุปกรณ์นำสื่อบ่อยๆเป็นประจำ ติดตั้ง security blockและจำกัดสิทธิการใช้งานในส่วนที่ไม่เหมาะกับเด็ก เด็กๆฉลาดกว่าที่เราคิดนะคะ password ควรเปลี่ยนบ่อยๆ เพราะเค้าแอบเห็นเรากดครั้งเดียวก็จำได้แล้วค่ะ
- สำหรับเด็กโต ต้องคุยตกลงกับเด็กให้ชัดเจนและเข้าใจตรงกันกติกาที่ตั้งไว้ และต้องให้เกียรติไม่ก้าวก่ายลูก ยกเว้นลูกทำผิดกติกา หรือมีสัญญาณพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมค่ะ
- ข้อนี้ ยากสุดแต่ได้ผลที่สุดค่ะ คือผู้ใหญ่ทำเป็นตัวอย่างให้ลูกดู ทำเป็นประจำ พูดจริงทำจริงค่ะ และต้องทำกันทั้งครอบครัวไปในทิศทางเดียวกัน ลูกไม่มีข้ออ้างอะไรมาขออีกค่ะ
สื่อมีประโยชน์ดีๆสำหรับเด็กก็มีเยอะค่ะ ถ้าฉลาดใช้มันก็จะช่วยพัฒนาเด็กๆของเราได้ค่ะ
มีไอเดียอะไรเพิ่มเติม แลกเปลี่ยนกันได้ค่ะ
แม่จุ๊บ
Credit รูป : thaihealth.or.th
วันอาทิตย์ที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2558
6 สาเหตุที่เล่นกับลูกแล้วไม่สนุก และวิธีแก้ไขแบบง่ายๆ
เคยมั้ยค่ะ อุตสาห์ซื้อของเล่นมีประโยชน์ หรือทำของเล่นเองให้ลูก หรือใช้ของเล่นเพื่อฝึกลูกอย่างเช่นเตรียมสอบสาธิต หรือเสริมทักษะที่บกพร่อง แต่ลูกไม่ยอมเล่น หรือเล่นไม่สนุก หรือบ้างครั้งทะเลาะกับแม่ไม่อยากเล่นจน ขว้างปาของเล่นหรือทำของเล่นเสีนหาย ทำเอาแม่อย่างเราเสียเงินไม่พอ ยังเสียใจที่ความหวังดีไม่เป็นผล พอนึกถึงแล้วก็คิดถึงประสบการณ์ fail ที่เจอมา รวบรวมสาเหตุ และกลยุทธในการเล่นให้สนุก ได้ประมาณนี้
1. ของเล่นมีสาระ หรือเล่นแล้วมีผลลัพธ์ออกมาอย่างเดียว หรือของเล่นเพื่อการศึกษา ลูกเล่นแรกแล้วถ้าทำไม่ได้จะเครียดและไม่อยากเล่น หรืองานศิลปะ ต้องทำออกมาให้สวย ให้เหมือนในแบบ
แก้โดย
2. เวลาที่เล่นไม่เหมาะ ลูกง่วงนอน หิว ไม่อยากเล่น งอแงไม่ให้ความร่วมมือ
แก้ง่ายๆ
3. วิธีเล่นยากเกินไป หรือง่ายเกินไปกับวัยและความสามารถลูก ทำให้ลูกไม่สนใจของเล่น
- พ่อแม่ลองเล่นหรือตรวจสอบก่อนว่าเหมาะกับวัยลูกหรือไม่ ของเล่นบ้างอย่างยากและซับซ้อนเกินที่เด็กจะมีสมาธิจดจ่อเล่น ถ้ามันไม่ใช่สิ่งที่เขาชอบจริงๆ
4. ลูกเล่นแล้วป่วน เล่นมั่ว เล่นแล้วเกิดความเสียหาย ไม่ยอมช่วยเก็บ
แก้ง่ายๆ
5. ของเล่นที่เลือกมาให้ลูกไม่เหมาะกับการเล่นรวมกับของเล่นอื่นๆ หรือของเล่นที่เสียหายง่ายเกิน หรือของเล่นราคาแพงเกินไป เมื่อลูกเล่นเสียหาย ก็โดนดุโดนว่า หรือเล่นปนกับของเล่นเดิมก็โดนบ่น
- คุณลองทดลองเล่นกับตัวเอง จะเข้าใจว่าจุดไหนยากง่าย พอลูกทำไม่ได้ในจุดที่ยาก เราจะสามารถเข้าถึงใจเข้าง่ายกว่า แบบพ่อเล่นแล้วมันยากจริงๆ เดี๋ยวช่วยกันมั้ย
บทเรียนจากความสูญเสีย..จากกัน แต่ไม่จากไกล
ฮั่น ก็จะไปอยู่บ้านอาม รอปะป๊ากลับมา โทรหาปะป๊าว่าจะกลับเมื่อไร
มามี้ คือไปอยู่ที่ติดต่อไม่ได้
ฮั่น ก็จะใช้เครื่องติดตามสำรวจหาไง
มามี้ เหมือนโอเมก้าไดเมนชั่น (ดินแดนที่ไปแล้วกลับมาไม่ได้ในการ์ตูน)
ฮั่น โอเมก้าไดเมนชั่นที่ขั้วโลกมันไม่มีจริง
มามี้ นั่นแหละ แบบกลับมาไม่ได้ ฮั่นจะอยู่รอดมั้ย
ฮั่น (เริ่มคิด) แล้วถ้าไฟดับ จะทำยังไง
มามี้ งั้นเดี๋ยวมามี้สอนวิธีต่อไฟให้
ฮั่น แล้วถ้าเจองูละ
มามี้ เดี๋ยวจะสอนให้ว่าทำไงจะไม่เจองู อยากรู้อะไรอีก
ฮั่น (เริ่มตาแดงๆ) โอ้ย ยากจัง คิดไม่ออก
แล้วก็เปลี่ยนเรื่องคุยไปเรื่องอื่นๆเลย
ใช่ว่าจะต้องเอาใจหรือบำเรอลูกให้มีความสุข ต้องเปิดใจให้ลูกผิดหวังบ้าง
ใช่ว่าจะปกป้องให้เค้าไม่ต้องเจอปัญหาใดๆ แต่เคียงข้างเค้าเมื่อปัญหาเกิด และช่วยประคับประคองด้วยรัก
ในแต่ละช่วงอายุลูกต้องการเราไม่เท่ากัน แต่จะบอกรักลูกกอดหอมทุกวัน เหมือนจะไม่มีโอกาสอีก
แม่จะสร้างให้ทุกเรื่องราวของเราเป้นสิ่งมีค่า ต่อการเรียนรู้และจดจำของลูก
มามี้ (เลยเล่าเหตุการณ์การจากไปของญาติสนิทให้ฟัง) มามี้ก็เลยอยากรู้ว่าก่อนถ้ามามี้จะไปสวรรค์ ฮั่นอยากรู้อะไร อยากทำอะไรเป็นก่อน มามี้จะสอนให้
ฮั่น (ยิ้มเข้าใจแล้ว) ไม่ได้ มามี้ต้องอยู่เลี้ยงลูกของฉัน จนกว่าลูกจะอายุสิบขวบ ไม่เอายี่สิบขวบ ถึงจะโอเค เข้าใจมั้ย
มามี้ (หัวเราะ) ถึงตอนนั้น มามี้ก็แก่หงอมพอดี 555
แล้วกอดกันนอนหลับไป
วันศุกร์ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2558
5 ของขวัญวันแม่แบบ DIY ง่ายๆ ชวนเด็กน้อยลงมือทำให้คุณแม่
1. Card ทำมือ
เล่นง่ายมากๆ เตรียมแค่กระดาษ กับสี และรูปของคุณแม่ กับลูก ให้ลูกๆ แต่งแต้ม วาดระบายสี เขียนคำอวยพร หรือจดหมายแสดงความรู้สึกขอบคุณคุณแม่ การ์ดทำมือจากลูกน้อยน่าภูมิใจ
ดูแบบการ์ดโหลดมาพิมพ์ฟรี ให้เด็กๆวาดหน้าคุณแม่ ถ้ากลัววาดไม่สวยก็ตัดรูปแม่มาติดได้ค่ะ ช่วยกันตกแต่งเล็กน้อยที่เวบนี้ค่ะ
http://www.somewhatsimple.com/kid-friendly-mothers-day-fathers-day-cards-free-printables/
2. ช่อดอกไม้หรือพวงมาลัยสไตล์เด็กน้อย
เอาดอกไม้ที่มีรอบบ้าน หรือหาดอกไม้ที่คุณแม่ชอบ ใบไม้สวยๆ มาจัดช่อ หรือรอยเป็นพวงง่ายๆ หรือจะทำเป็นสร้อยคอดอกไม้ ผูกโบเล็กๆ นำไปกราบและสวมให้แม่ แค่นี้หัวใจแม่ฟองโต ปราบปลื้มมากมายแล้วค่ะ
วิธีการจัดดอกไม้ง่ายๆ แบบมืออาชีพ ลองดูที่เวบนี้ค่ะ
http://brewedtogether.com/diywashi-tape-mothers-day-bouquet/
3. อาหารหรือขนมชิ้นพิเศษสำหรับคุณแม่ ลองหาขนมหรืออาหารจานโปรดคุณแม่ คุณพ่อกับคุณลูกจะลงมือทำเองตั้งแต่ต้น หรือซื้อมาแล้วช่วยกันตกแต่งให้สวยงามง่ายๆ ก็ได้ค่ะ นำมา serve เซอร์ไพรซ์ในมื้ออาหาร หรือช่วงของว่างก็ได้ อร่อยหรือไม่อร่อยแม่ก็ปลื้ม กินแก้มปริแน่นอนค่ะ
สูตรอาหารนี้ต้องแล้วแต่บ้านทำกันเลยนะคะ
4. ประดิษฐ์ของใช้ประจำตัวคุณแม่ เช่น เพ้นท์รูปทำกระเป๋าผ้า ผ้ากันเปื้อน เสื้อยืด หรือกล่องใส่เครื่องประดับ ใช้สีเพ้นท์ผ้า หรือสียางพารา Jon Jon ช่วยกันสนับสนุนอุปกรณ์ศิลปะสำหรับเด็กของคนไทย (ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ facebook page: Jonjon) ก็ไม่เลวเลย วาดรูปหน้าคุณแม่ ตกแต่งให้สวยงาม คุณแม่ใช้ไปยิ้มไปเพราะมาจากฝีมือลูกๆทำให้ (พอดีคุณลูกชายไม่ค่อยชอบทำงานพวกนี้เลยไม่มีรูปอ่ะ)
ชอบไอเดียการทำผ้ากันเปื้อนให้คุณแม่จากเวบนี้มากค่ะ เอามาแชร์กัน
http://b-inspiredmama.com/kids-craft-hand-print-flower-apron-for/
5. บัตร Special for Mom หรือคูปอง คุณพ่อทำช่วยตัดกระดาษทำการ์ดเท่าบัตรเครดิต ให้คุณลูกตกแต่ง ช่วยกันคิดสิทธิพิเศษสำหรับคุณแม่ เช่น ไม่ต้องทำงานบ้านหนึ่งวัน กอดฟรี หรือนวดตัวฟรีโดยคุณลูก หรือจะแลกแหวนหรือเครื่องประดับฟรีจากคุณพ่อ ก็เป็นไอเดียที่คุณแม่ชอบทั้งนั้นค่ะ
อันนี้ ดูไอเดียได้จากเวบนี้ (แต่อันนี้เสียเงิน) http://www.homemade-gifts-made-easy.com/mothers-day-coupon.html
โหลดฟรี พวกแบบพิมพ์คูปอง การ์ด และกระดาษตกแต่งน่ารักๆ สำหรับธีมของขวัญวันแม่ ต้องเข้าเวบนี้ค่ะ
www.botanicalpaperworks.com
ลองทำดูนะคะ มีไอเดียอะไรน่าสนใจ บอกเล่ากันได้ค่ะ



















