วันจันทร์ที่ 29 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559
สวรรค์เล็กๆของเด็กน้อยผู้รักรถ ที่พิพิธภัณฑ์รถเก่า รถโบราณ
วันพุธที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2558
Fun & Easy DIY Christmas Card - Finger print Ideas ไอเดียง่ายๆ สำหรับสร้างสรรค์การ์ดวันคริสต์มาสผ่าน Finger Paint
อุปกรณ์ที่ขาดไม่ได้ก็คือ สี Finger paint กระดาษแข็งแบบสี (แล้วแต่แบบ) ถ้าไม่มีสี finger paint สามารถใช้สี poster ได้ค่ะ แต่แนะนำเป็นสี finger paint ดีกว่า เพราะสีจะล้างออกง่าย เนื้อสีเหมาะกับการทามือ และระบายด้วยมือและนิ้ว ไม่เป็นอันตรายกับผิวหนัง และไม่มีกลิ่นฉุนเหมือนสี poster ค่ะ
สำหรับเด็กเล็กที่คุณพ่อคุณแม่เป็นห่วงว่าลูกจะเอาสีเข้าปาก ก็จะแนะนำให้คุณพ่อคุณแม่ทำสีแบบกินได้ค่ะ คือใช้โยเกริต์แบบไม่ผสมอะไร แล้วแบ่งใส่สีผสมอาหาร ตามสีที่จะใช้ค่ะ แค่นี้ก็หมดหวังเรื่องน้องเอาสีเข้าปากได้เลยค่ะ
Santa
เลือกกระดาษสีเขียวเป็นพื้น แล้วใช้สีขาวทาฝ่ามือ แปะลงกระดาษเป็นหนวดของซานต้า จากนั้น ตกแต่งหน้าตา หมวกให้สวยงามตามชอบค่ะ
ดูวิธีทำโดยละเอียด จาก http://www.craftymorning.com/santa-claus-handprint-christmas-craft/
Christmas tree & Wreath
ใช้ปลายนิ้ว จุดจุดเป็นต้นคริสต์มาส และพวงไม้ แต้มด้วยจุดแดง หรือติดกระดาษวิบวับหน่อยหนึ่ง ก็สวยแล้วค่ะ ใช้นิ้วทาสีน้ำตาลเขียนเป็นลำต้นอีกสักหน่อย ไม่ยากเลยค่ะ
หรือจะลองใช้ฝ่าเท้าเล็ก สร้างสรรค์เป็นต้น Christmas ก็น่ารักไปอีกแบบค่ะ อย่าลืมดาวบนต้นไม้นะคะ
Snowman
เตรียมกระดาษสีน้ำตาล กับสี finger paint สีขาว ใช้ทั้งฝ่ามือของเด็กๆ แปะเลยค่ะ คุณพ่อคุณแม่ช่วยตกแต่งหน้าตา หมวกกับมือให้ snowman ที่นี้ก็ได้ครอบครัว Snowman น่ารักๆ แล้วค่ะ
ลองให้เด็กๆ ช่วยคิดคำเก๋ที่จะเขียนบนการ์ดด้วยก็ดีนะคะ ยิ่งให้เด็กๆเขียนเอง การ์ดก็จะยิ่งน่ารักมากขึ้นค่ะ
สนุกกับฝ่ามือไปแล้ว มาสร้างสรรค์กวางเรนเดียร์ด้วยฝ่าเท้าเล็กๆกันดีกว่าค่ะ ชอบมากเลย เพราะมีแค่ 8 ขั้นตอนเท่านั้นเอง ถ้าทำกันทั้งครอบครัว ก็จะได้กวางตัวเล็ก กวางตัวใหญ่ ตามไซด์เท้าของคุณลูกคุณพ่อคุณแม่ค่ะ ก่อนจะทำอันนี้ แนะนำให้วางแผนการทำความสะอาดให้ดีนะคะ ไม่งั้นรอยกวางคุณลูก เต็มบ้านแน่ๆเลยค่ะ ^^
ดูวิธีทำ 8 ขั้นตอนในการทำ ที่ http://cutediyprojects.com/diy/creative-reindeer-footprint-craft-8-easy-steps/
นอกจากนี้ ยังมีหมวกกวางน้อย พิมพ์กันทั้งแขนเลยค่ะ ทำไม่ยากอีกเช่นเดียวกัน พิมพ์แขนกันเลยทั้งสองแขน จากนั้นตัดออกมากพึ่งให้แห้ง ก็จะได้เขากวางของใครของมัน แขนยาวก็เขายาวค่ะ เอามาประกอบร่างกับกระดาษส่วนที่เป็นหมวก คุณพ่อคุณแม่เตรียมตัดกระดาษเป็นตา กับจมูกให้เด็กๆมาแปะ แค่นี้เด็กๆ ก็ประดิษฐ์หมวกกวางเล่นกันสนุกแล้วค่ะ
ดูวิธีทำแบบรายละเอียดที่ http://www.meetthedubiens.com/2012/12/handprint-reindeer-antlers.html
หวังว่า ไอเดียข้างต้นจะช่วงให้คุณพ่อคุณแม่ที่กำลังคิดหากิจกรรม หรือหาของขวัญของที่ระลึกว่าคริสต์มาสและเทศกาลปีใหม่นี้ ให้เด็กๆ ได้ลงมือทำ DIY card กัน มอบให้คุณปู่คุณย่า คุณตาคุณยาย หรือญาติๆ เพื่อนๆ ทำเอง ทั้งสนุก และน่าภูมิใจคะ ผลงานออกมาเป็นยังไงก็มาแชร์กันให้ดูบ้างนะคะ
สำหรับเซทสี Finger paint ปลอดภัยสำหรับเด็ก หาดูได้ที่ www.toyforbrain.com
วันอังคารที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2558
4 วิธีออกกำลังกายมือน้อยๆ ให้แข็งแรงพร้อมเขียนหนังสือ
1. ขยำกระดาษ Paper crumpling
2. บีบฟองน้ำ Squeezing sponges
3. ฉีดน้ำด้วยขวดแบบสเปรย
4. ตัดกระดาษตามเส้น
เด็กๆสามารถเริ่มกิจกรรมได้ตั้งแต่เล็กค่ะ ส่วนเด็กโตที่มีปัญหา ลองเพิ่มความยากหรือซับซ้อนในการทำกิจกรรมแต่ละอย่างอีกขั้นหนึ่งค่ะ ยังมีกิจกรรมอื่นๆ ที่เสริมกล้ามเนื้อมัดเล็กของเด็กๆ ให้พร้อมกับการเขียน วาด และจับดินสอนะคะ ติดตามกันต่อได้ค่ะ
วันจันทร์ที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2558
Review หนังสือ โรงเรียนพ่อแม่ ตอน ผลัดใบชีวิต ของครูณา
วันพฤหัสบดีที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2558
คุยกับลูกเรื่องความรู้สึกแบบง่ายๆ ผ่าน Inside Out
วันเสาร์ที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2558
Review หนังสือ พูดกับลูกสไตล์คุณแม่ญี่ปุ่น 66 ถ้อยคำทำร้ายลูกที่คุณอาจไม่รู้

ตั้งแต่ฮั่นเริ่มขึ้นป.1 เริ่มต้องเข้าสู่ชีวิตเรียนที่จริงจัง (กว่าอนุบาล) ต้องไปโรงเรียนเช้าขึ้น เรียนหนังสือมีการบ้าน และงานที่ต้องทำมากขึ้น งานเข้าสิค่ะ กว่าจะดันคุณลูกให้ไปเรียนตามเวลา หรือทำการบ้านให้เสร็จ คุณแม่อย่างเราก็ต้องงัดกระบวนท่าหลายเล่มเกวียนมากระตุ้น เอาใจ ชักชวน เชิญชวน หลอกล่อ หนักเข้าก็เริ่มมีตักเตือน เหน็บ ขู่ และดุว่าในบางครั้ง เหนื่อยและหนักใจจริงๆ เครียดกันทั้งแม่ทั้งลูก หลายครั้งที่ลูกกับแม่ก็เสียน้ำตาเพราะคำพูดที่เราเผลอผลั้งปากออกไปโดยไม่ได้ตั้งใจ หรือกดดันลูกโดยไม่รู้ตัว
เมื่อหยุดพักรบ แล้วได้หยิบหนังสือเล่มนี้ขึ้นมาอ่าน ก็เริ่มได้เข้าใจว่า ทำไมคำพูดที่เราอยากจะสอนหรือพูดด้วยความรักกับความหวังดี กลับทำให้ลูกหน้าจ๋อย หรือโมโห หรือบางครั้งกลับมีน้ำตา ใครจะไปนึกว่า การที่พูดว่า "ถ้าคิดจะทำ..ลูกต้องทำได้แน่ๆ " จะเป็นการกดดันลูก และอาจจะส่งผลให้ลูกปฏิเสธไม่ทำสิ่งนั้นไปตลอดชีวิต และสุดท้ายเมื่อโตเป็นผู้ใหญ่ก็จะกลายเป็นคนที่ไม่กล้าทำอะไรเลย
ไม่ต่างอะไรกับผู้ใหญ่เลยค่ะ ที่หากมีคนมาพูดตักเตือน หรือวิจารณ์เราว่าเป็นยังไง เพื่อให้เราได้ปรับปรุงหรือพัฒนา แต่ใช้คำพูดที่ลบๆ หรือพูดแบบคาดหวังมากไป ก็ทำให้เราคิดได้สองแง่สองง่ามว่า นี่เขาด่า เปรียบเทียบเราอยู่ได้ หรือประชดเราหรือเปล่า ผู้ใหญ่เองยังคิดไปมากมาย แล้วเด็กๆจะรู้สึกยังไงค่ะ โดยเฉพาะคำพูดนั้นๆออกมาจากปากของคนที่เด็กๆรักมากมาย อย่างคุณแม่และคุณพ่อ
มันเป็นหน้าที่ของพ่อแม่และผู้ใหญ่จริงค่ะที่ต้องระมัดระวังคำพูดที่พูดให้เด็กๆฟัง ทำอย่างไรให้เขาเข้าใจสิ่งที่พ่อแม่อยากจะสื่อสารจริงๆ โดยไม่ทำให้ลูกกลายเป็นคนขาดความมั่นใจในตัวเอง ไม่นานเชื่อว่า พ่อแม่ต่างเชื้อชาติกัน ก็พูดกับลูกคล้ายๆกันเวลาไม่สบอารมณ์ อ่านแล้วก็พอจะนึกภาพของแม่ญี่ปุ่น เปลี่ยนจากคุณแม่ที่อ่อนโยน กลายมาเป็นแม่นางยักษ์ อย่างแม่ของโนบิตะ ส่วนหนึ่งผู้เขียนบอกว่า คนญี่ปุ่นเป็นคนเก่ง แต่สาเหตุที่ไม่ค่อยมีความมั่นใจในตัวเอง เป็นเพราะการอบรมสั่งสอนในบ้านนั้นเอง คิดแล้วก็จริงนะ ตอนอยู่ญี่ปุ่น เราเห็นได้ชัดเลยว่า คนญี่ปุ่นไม่ค่อยมั่นใจที่จะแสดงออก หรือแสดงความคิดเห็นของตัวเอง ทำอะไรก็เขินๆ เงียบๆหงึมๆ ทั้งที่ตัวเองมีความคิดที่ดีมากๆ เพิ่งเข้าใจว่า ที่เขาเป็นอย่างนี้ก็ไม่ต่างอะไรกับเด็กๆในบ้านเราที่ถูกพูดดักไม่ให้ทำนั่น ไม่ควรทำนี้ อะไรที่แปลกๆกว่าคนอื่นอย่างทำให้มันเด่นเกินไป อารมณ์ประมาณเดียวกันเลย
ข้อมูลหนังสือ
หนังสือ พูดกับลูกสไตล์คุณแม่ญี่ปุ่น 66 ถ้อยคำทำร้ายลูกที่คุณอาจไม่รู้
ママ、言わないで!子どもが自信を失う言葉66
ผู้เขียน เทรุโกะ โซดะผู้แปล ภาวิณี ตั้งสถาพรพงษ์
credit รูปปก จาก สำนักพิมพ์ Sand Clock
สนใจหนังสือ ดูได้ที่ http://www.toyforbrain.com/p/275
ฉบับภาษาญี่ปุ่น http://shopping.yahoo.co.jp/product/bb70284007de3d6a0bc0c05c079a0caa/compare.html
วันอังคารที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2558
สื่อและภาพข่าวรุนแรง หลีกอย่างไรให้ไกลลูก
สื่อและภาพข่าวรุนแรง หลีกอย่างไรให้ไกลลูก
จากเหตุการณ์ระเบิดที่ราชประสงค์เมื่อวันที่ 17 พอเปิดมือถือมาเจอแต่รูปน่ากลัวสยอดสยองมาก ทั้งในข่าวและที่แชร์ รวมทั้งข้อมูลข่าวสารอีกมากมาย อ่านแล้วเศร้าใจกับผู้สูญเสีย หากเป็นภาพของญาติหรือคนรู้จักเราคงรู้สึกแย่มากๆ ที่เอารูปมาเผยแพร่อย่างนี้
จากความจริงที่โหดร้าย พอเหงยหน้าออกจากมือถือ มองดูเจ้าเด็กน้อยทั้งสองอ่านหนังสือ เล่นของเล่นก่อนนอน ดูไม่เดือดไม่ร้อนกับสถานการณ์บ้านเมืองที่ไม่ปกติแม้แต่น้อย เลยลองถามฮั่นว่า รู้มั้ยเกิดระเบิดในเมือง ฮั่นตอบแบบมั่นใจ รู้แล้ว รู้ก่อนมามี้อีก เออ จริง เห็นนั่งดูข่าวกับพ่ออยู่ ตัวเองไม่ได้ดูทีวีแต่แน่ใจว่าคงไม่มีรูปโหดๆแบบที่แชร์กันบน Social media แน่นอน อีกอย่างนั่งดูกับพ่อด้วยกันก็หมดห่วง เพราะมีคนเซ็นเซอร์ภาพและเนื้อหาโหดๆให้
เรื่องสื่อนี้น่ากลัวมากจริงๆ มันใกล้ตัวเรามากแค่ในกำมือเรา ยิ่งสมัยนี้ คนทำสื่อนิยมทำให้ง่าย โชว์รูปและคำอธิบายสั้นๆแรงๆให้ดึงดูดคนอ่าน ขนาดผู้ใหญ่ยังหลงเชื่อ คล้อยตามเนื้อหาจากสื้อต่างๆ อันนี้คิดแล้ว แล้วถ้าเป็นเด็กๆ เห็นเข้าจะเป็นอย่างไรกัน
นอกจากทีวี คอมพิวเตอร์ สื่อที่ยากจะหลีกเลี่ยงได้คือ มือถือ เด็กประถมสมัยนี้มีสมาร์ทโพนและสามารถเล่นเน็ทแบบถูกๆไม่อั้นกันแล้ว กลับบ้านมาเปิดยูทูปดูเพลงเต้นเด้งหน้าเด้งหลัง เล่นเกมออนไลน์สู้รบ ยิงกัน หรือแชทไลน์กับเพื่อน กลายเป็นโลกเสมือนจริงส่วนตัวที่ไม่มีพ่อแม่อยู่ในนั้นค่ะ เด็กที่ไม่ค่อยได้รับการเลี้ยงดูจากพ่อแม่ หรือผู้ปกครองอย่างใกล้ชิด หรือเด็กที่ครอบครัวปล่อยตามใจให้ใช้จนติด เด็กกลุ่มนี้มีแนวโน้มที่จะเป็นเหยื่อของสื่อได้ง่ายที่สุด เพราะฐานในบ้านไม่แน่นพอที่จะทำให้เด็กเชื่อตามว่า สิ่งใดดีหรือไม่ดี เด็กพวกนี้เชื่อคนนอกมากกว่าคนในบ้านค่ะ (จริงๆก็ไม่ต่างอะไรกับผู้ใหญ่บางประเภทเน้อ)
แล้วควรทำยังไงกับเรื่องนี้ จุ๊บว่าควรดูตามวัยของเด็กค่ะ สำหรับเด็กเล็กควรพาให้ห่างสื่อให้ได้มากที่สุดค่ะ ข้อแนะนำ
- สำหรับเด็กเล็ก ดีที่สุด คือ ผู้ใหญ่ควรนั่งดูทีวีหรือมือถือด้วยกัน ระหว่างดูจะได้ช่วยสอนชวนลูกคุยและคิดตาม อย่าปล่อยให้เด็กนั่งดูละครน้ำเน่าข้างๆเราเลยค่ะ ไว้ลูกหลับค่อยไปดูในยูทูปดีกว่า
- ผู้ใหญ่ต้องเป็นคนกำหนดขอบเขตเนื้อหา หรือคัดกรองข้อมูลที่เด็กเข้าไปดู ให้เหมาะสมกับวัยของเด็ก ทั้งการ์ตูน เกม คลิป หรือเวปภาพต่างๆ อันไหนไม่เหมาะไม่ต้องให้เห็นเลยค่ะ
ข่าวโหดๆ เช่น อุบัติเหตุหรือภัยพิบัติ เราเล่าให้ลูกฟังด้วยภาษาง่ายๆ แทนให้ดูภาพ ใช้เป็นอุทาหรณ์ในเรื่องความปลอดภัยได้ค่ะ แต่อย่าใช้เป็นคำขู่นะคะอันนี้เป็นผลเสียกับเด็กค่ะ
- จำกัดการเข้าถึงสื่ออย่างชัดเจน ใช้นานเท่าไร ใช้ผ่านอุปกรณ์อะไร มือถือหรือไอแพด อย่าคิดว่าถ้าลูกไม่ได้เล่นจะงอแง ร้องแค่นี้ไม่ตายค่ะ เอาอย่างอื่นให้ลูกเล่นแทนดีกว่า
- ผู้ใหญ่ต้องคอยเช็คอุปกรณ์นำสื่อบ่อยๆเป็นประจำ ติดตั้ง security blockและจำกัดสิทธิการใช้งานในส่วนที่ไม่เหมาะกับเด็ก เด็กๆฉลาดกว่าที่เราคิดนะคะ password ควรเปลี่ยนบ่อยๆ เพราะเค้าแอบเห็นเรากดครั้งเดียวก็จำได้แล้วค่ะ
- สำหรับเด็กโต ต้องคุยตกลงกับเด็กให้ชัดเจนและเข้าใจตรงกันกติกาที่ตั้งไว้ และต้องให้เกียรติไม่ก้าวก่ายลูก ยกเว้นลูกทำผิดกติกา หรือมีสัญญาณพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมค่ะ
- ข้อนี้ ยากสุดแต่ได้ผลที่สุดค่ะ คือผู้ใหญ่ทำเป็นตัวอย่างให้ลูกดู ทำเป็นประจำ พูดจริงทำจริงค่ะ และต้องทำกันทั้งครอบครัวไปในทิศทางเดียวกัน ลูกไม่มีข้ออ้างอะไรมาขออีกค่ะ
สื่อมีประโยชน์ดีๆสำหรับเด็กก็มีเยอะค่ะ ถ้าฉลาดใช้มันก็จะช่วยพัฒนาเด็กๆของเราได้ค่ะ
มีไอเดียอะไรเพิ่มเติม แลกเปลี่ยนกันได้ค่ะ
แม่จุ๊บ
Credit รูป : thaihealth.or.th


































